Pharmacy Kidney Club

Pharmacy Kidney Club อัพเดตข้อมูลความรู้ ในด้านยาสำหรับการดูแลผู้ป่วยโรคไต

💊💊 ยากลุ่ม Angiotensin-Converting Enzyme Inhibitors (ACEIs) และ Angiotensin II Receptor Blockers (ARBs) กับความสามารถในก...
27/09/2026

💊💊 ยากลุ่ม Angiotensin-Converting Enzyme Inhibitors (ACEIs) และ Angiotensin II Receptor Blockers (ARBs) กับความสามารถในการชะลอไตเสื่อม

💡 บทความโดย ภญ.ภัทรานี คำภูแสน โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตรระยะสั้นเภสัชกรโรคไต คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

💡 ยากลุ่ม ACEIs และ ARBs เป็นยา💊 ที่มีหลักฐานทางวิชาการสนับสนุนมาอย่างยาวนานว่า สามารถช่วยชะลอความเสื่อมของไตได้ โดยอาศัยกลไกที่สำคัญ คือ ขยายหลอดเลือดแดงขาออก (efferent arteriole) ของหน่วยไต ส่งผลให้ความดันภายในโกลเมอรูลัส ลดลง จึงช่วยลดการรั่วของโปรตีนในปัสสาวะ (albuminuria) ลง และยังพบว่ายายังช่วยชะลอการเกิดพังผืดในไตได้อีกกลไกด้วย โดยบทบาทสำคัญในการลด albuminuria ได้รับการยืนยันจากการศึกษาของ Palmer และคณะ และ Xie และคณะ ที่แสดงให้เห็นว่ายากลุ่ม ACEIs และ ARBs สามารถลดการเกิดโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย (ESKD) ได้ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มี albuminuria

💡 ความแตกต่างด้านประสิทธิภาพของยาทั้ง 2 กลุ่มนี้สามารถอธิบายได้ด้วยการศึกษา DETAIL ซึ่งทำการเปรียบเทียบยากลุ่ม ACEIs และ ARBs โดยติดตามผู้ป่วยที่ใช้ยา enalapril 20 มก./วัน กับยา telmisartan 80 มก./วัน เป็นระยะเวลา 5 ปี แต่ไม่พบความแตกต่างของอัตราการลดลงของ eGFR อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตามพบว่าการศึกษาของ Chu และคณะ ได้วิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยที่มี proteinuria จำนวน 100,238 ราย พบว่ามีเพียงร้อยละ 29.8 ที่ได้รับยาในขนาดสูงสุดตามการรับรองของเอกสารกำกับยา และแม้จะพิจารณาเฉพาะผู้ป่วยที่ไม่มีข้อจำกัดในการปรับเพิ่มขนาดยา ก็ยังมีเพียงร้อยละ 32.3 เท่านั้น ซึ่งประเด็นนี้มีความสำคัญมาก เพราะการศึกษา IRMA-25 ได้พิสูจน์ว่าการให้ยา irbesartan ขนาด 300 มก./วัน สามารถลดการดำเนินโรคไตจากเบาหวานลงได้อย่างมีนัยสำคัญ (HR 0.30; 95% CI 0.14–0.61; p < 0.001) ในขณะที่ยาขนาด 150 มก./วัน ไม่พบนัยสำคัญทางสถิติ (HR 0.61; 95% CI 0.34–1.08; p = 0.08)

💡 ในการเริ่มยากลุ่ม ACEIs และ ARBs ควรตรวจติดตามระดับโพแทสเซียมในเลือดและค่า creatinine โดยเฉพาะในช่วง 2–4 สัปดาห์แรก จะพบค่า creatinine เพิ่มขึ้นได้ซึ่งโดยทั่วไปจะไม่มากกว่าร้อยละ 30 โดยเป็นผลที่เกิดผ่านทาง hemodynamic จากกลไกการออกฤทธิ์ของยา ดังนั้นแนวทางการรักษาจึงไม่แนะนำให้ทำการหยุดยาทันที เพียงเพราะพบค่า creatinine เพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 30 แต่ให้พยายามค้นหาสาเหตุอื่น เช่น ภาวะขาดน้ำ การใช้ยากลุ่ม NSAIDs การเกิด renal artery stenosis เช่นเดียวกันกับการจัดการภาวะโพแทสเซียมสูงที่เกิดจากยา ACEIs และ ARBs ให้ทำการจำกัดโพแทสเซียมในอาหาร ทบทวนยาที่อาจเพิ่มระดับโพแทสเซียมได้ และให้ potassium binder ก่อนที่จะลดขนาดยา และการหยุดยาควรเป็นทางเลือกสุดท้ายเมื่อไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้แล้ว

💡💡 กล่าวโดยสรุปการศึกษาส่วนใหญ่ของยากลุ่ม ACEIs และ ARBs มีมานานมากกว่า 20 ปี ทำให้ยานี้เป็นเสาหลักที่สำคัญที่สุดในการช่วยชะลอความเสื่อมของไตในปัจจุบัน โดยเฉพาะในผู้ป่วยที่มี albuminuria โดยยาทั้งสองกลุ่มมีประสิทธิภาพเทียบเท่ากัน โดยพยายามใช้ขนาดยาให้ถึงขนาดที่มีหลักฐานทางวิชาการรองรับ หรือ ขนาดมากที่สุดที่ผู้ป่วยจะสามารถทนได้

เอกสารอ้างอิง
1. Palmer SC, Mavridis D, Navarese E, et al. Comparative efficacy and safety of blood pressure-lowering agents in adults with diabetes and kidney disease: a network meta-analysis. Lancet. 2015;385(9982):2047-56.
2. Xie X, Liu Y, Perkovic V, et al. Renin-angiotensin system inhibitors and kidney and cardiovascular outcomes in patients with CKD: a Bayesian network meta-analysis of randomized clinical trials. Am J Kidney Dis. 2016;67(5):728-41.
3. Barnett AH, Bain SC, Bouter P, et al. Angiotensin-receptor blockade versus converting-enzyme inhibition in type 2 diabetes and nephropathy (DETAIL). N Engl J Med. 2004;351(19):1952-61.
4. Chu CD, Powe NR, Estrella MM, Shlipak MG, McCoy IE, Tuot DS. Submaximal angiotensin-converting enzyme inhibitor and angiotensin receptor blocker dosing among persons with proteinuria. Mayo Clin Proc. 2022;97(11):2099-106.
5. Parving HH, Lehnert H, Bröchner-Mortensen J, et al. The effect of irbesartan on the development of diabetic nephropathy in patients with type 2 diabetes. N Engl J Med. 2001;345(12):870-8.

🍰 ภาวะ Hypocalcemia จากยา Denosumab ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังเรียบเรียงเนื้อหาโดย ร.อ.หญิง ณัฏฐณิชา เรืองพัฒนา เภสัชกรหลักส...
17/09/2026

🍰 ภาวะ Hypocalcemia จากยา Denosumab ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง

เรียบเรียงเนื้อหาโดย ร.อ.หญิง ณัฏฐณิชา เรืองพัฒนา เภสัชกรหลักสูตรอบรมระยะสั้นโรคไต ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล 🙏

💊Denosumab เป็นยารักษาโรคกระดูกพรุน (osteoporosis) ที่สามารถใช้ในผู้ป่วยที่โรคไตได้โดยไม่ต้องปรับขนาดยา อย่างไรก็ตามผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงต่อภาวะ hypocalcemia ภายหลังจากที่ได้รับยา โดยเฉพาะผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะ ที่ 4 ถึง 5 และผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกเลือด (1) จากการศึกษาในผู้ป่วยฟอกเลือดเพศหญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป พบว่าภายใน 12 สัปดาห์หลังได้รับยาจะเกิดภาวะ severe hypocalcemia (calcium < 7.5 mg/dL) ร้อยละ 41.1 และ very severe hypocalcemia (< 6.5 mg/dL) ร้อยละ 10.9 เทียบกับร้อยละ 2.0 และ 0.4 ในกลุ่มที่ได้รับ oral bisphosphonate (2) องค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาจึงได้ออกประกาศ boxed warning เพื่อเตือนเรื่องความเสี่ยงนี้ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะรุนแรง (advanced CKD) (3)

💉 กลไกการออกฤทธิ์และเภสัชจลนศาสตร์ของยา
Denosumab เป็น human immunoglobulin G2 (IgG2) monoclonal antibody ที่จำเพาะต่อ receptor activator of nuclear factor kappa-B ligand (RANKL) โดยยับยั้งการจับของ RANKL กับตัวรับ RANK ส่งผลให้การสร้าง การทำงาน และการคงอยู่ของ osteoclast ลดลง กระบวนการสลายกระดูกจึงลดลง ภายหลังการฉีดยาใต้ผิวหนังใช้ระยะเวลาที่ยาถึงระดับสูงสุดในพลาสมา (Tmax) เท่ากับ 10 วัน และมีค่าครึ่งชีวิตเฉลี่ย (mean half-life) 25.4 วัน โดยความเข้มข้นของยาจะลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาประมาณ 4–5 เดือน (1)

⚠️ การเกิดภาวะ Hypocalcemia จากยาและปัจจัยเสี่ยง
การยับยั้ง RANKL ทำให้การปลดปล่อยแคลเซียมจากกระดูกเข้าสู่กระแสเลือดลดลง ขณะที่ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังมักมีความผิดปกติของสมดุลแร่ธาตุและกระดูก (chronic kidney disease-mineral and bone disorder; CKD-MBD) จึงไม่สามารถชดเชยแคลเซียมที่ลดลงได้อย่างเพียงพอ (1,3,5) ภาวะ hypocalcemia สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว จากการศึกษาพบว่า ระยะเวลาการเกิด (onset) ประมาณ 7 วันในผู้ป่วยฟอกเลือด (6) และระดับแคลเซียมยังลดลงต่อเนื่องภายหลังจากนั้น โดยระดับแคลเซียมในเลือดลดลงต่ำสุดในช่วง 2 สัปดาห์ถึง 2 เดือน (7) ดังนั้นการเฝ้าระวังจึงควรครอบคลุมช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้การเกิด hypocalcemia มีความสัมพันธ์กับระดับการทำงานของไต โดยพบอุบัติการณ์ hypocalcemia ระดับน้อย (calcium < 8 mg/dL) ภายใน 180 วัน พบได้ร้อยละ 3.5 ในผู้ที่มี eGFR 15 ถึง

หลักสูตรอบรมระยะสั้นโรคไตของคณะเภสัชศาสตร์ มหิดล เปิดรับตลอดปีงบประมาณ 2570 เลยนะครับ ❤️😬 สามารถสมัครได้แล้วนะครับ ท่านใ...
14/09/2026

หลักสูตรอบรมระยะสั้นโรคไตของคณะเภสัชศาสตร์ มหิดล เปิดรับตลอดปีงบประมาณ 2570 เลยนะครับ ❤️😬 สามารถสมัครได้แล้วนะครับ ท่านใดต้องการทุนสนับสนุน ทาง Thai HP มีให้ 10 ทุน รายละเอียดตามด้านล่างครับ 🔽🔽🙏

เปิดรับสมัครแล้ว! ทุนอบรมทางเภสัชกรรมคลินิก ประจำปี 2570 จากสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย)

รายละเอียดประเภททุน:
หลักสูตรระยะสั้น (4 เดือน): จำนวน 10 ทุน ทุนละไม่เกิน 50,000 บาท
หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพเภสัชกรรมขั้นสูง/วุฒิบัตร: จำนวน 2 ทุน ทุนละไม่เกิน 60,000 บาท

หมดเขตรับสมัคร: 15 ตุลาคม 2569
ประกาศผล: จะแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

เว็บไซต์: www.thaihp.org

#ทุนอบรม #เภสัชกรรมคลินิก #สมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล #ทุนการศึกษาเภสัช #อบรมเภสัชปี2570@ผู้ติดตาม@แฟนตัวยงThai-YGHPThai Renal Pharmacist Group; T-RPGADCoPTThai Renal Pharmacist

❤️ Vadadustat: ทางเลือกใหม่สำหรับภาวะ anemia ในผู้ป่วยโรคไตบทความโดย ภญ.ภัทรานี คำภูแสน โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ผ...
07/09/2026

❤️ Vadadustat: ทางเลือกใหม่สำหรับภาวะ anemia ในผู้ป่วยโรคไต

บทความโดย ภญ.ภัทรานี คำภูแสน โรงพยาบาลพระอาจารย์ฝั้น อาจาโร ผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตรระยะสั้นเภสัชกรโรคไต คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

💡ภาวะโลหิตจางเป็นภาวะแทรกซ้อนที่พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง (chronic kidney disease : CKD) มีสาเหตุหลักมาจากการสร้าง erythropoietin (EPO) ที่ไตลดลง โดยการรักษามาตรฐานในปัจจุบัน คือ การใช้ยาในกลุ่ม erythropoiesis-stimulating agents (ESAs) ร่วมกับธาตุเหล็ก แต่ในช่วงไม่กี่ปีมานี้ได้มีการพัฒนายาในกลุ่มใหม่ คือ ยาhypoxia-Inducible factor prolyl hydroxylase inhibitors (HIF-PHIs) เช่น ยา Vadadustat สำหรับรักษาภาวะโลหิตจาง

💡ในภาวะปกติร่างกายจะใช้เอนไซม์ prolyl hydroxylase domain (PHD) เพื่อเป็น oxygen sensor โดยเมื่อร่างกายมีออกซิเจนเพียงพอ จะเกิดกระบวนการสลายโปรตีนที่ชื่อ HIF-α ทำให้กระบวนการสร้าง EPO ไม่ถูกกระตุ้น แต่ยา Vadadustat จะไปออกฤทธิ์โดยการยับยั้งเอนไซม์ PHD ไม่ให้สลายโปรตีน HIF-α ทำให้สามารถจับกับโปรตีน HIF-β เกิดคอมเพล็กซ์ที่เสถียรขึ้น และกระตุ้นยีนที่ผลิต EPO ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดงเพิ่มมากขึ้น

💡 ยามีเภสัชจลนศาสตร์ที่สำคัญ คือ สามารถจับกับโปรตีนในร่างกายได้มากกว่าร้อยละ 99.5 ยามี metabolism ผ่านตับด้วยกระบวนการ glucuronidation โดยใช้เอนไซม์ UDP-glucuronosyltransferase (UGT) เป็นหลัก โดยทั่วไปยามีค่าครึ่งชีวิต (Half-life) ประมาณ 9 ชั่วโมงในผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกเลือด ทำให้ยาเข้าสู่ภาวะ steady state ประมาณ 3 วันหลังการเริ่มใช้ยา โดยจากข้อมูลปัจจุบันพบว่าการฟอกเลือดไม่ส่งผลต่อระดับยาในเลือด การรับประทานยาร่วมกับอาหารที่มีไขมันสูงจะลดระดับของยาสูงสุดไนเลือดลงได้ร้อยละ 30 แต่มีผลต่อ AUC ร้อยละ 6

💡💡ข้อมูลที่แสดงถึงประสิทธิภาพของยา vadadustat จากการศึกษา INNO2VATE ที่ทำในผู้ป่วยโรคไตที่ได้รับการฟอกเลือดพบว่า ภายหลังจากการใช้ยา vadadustat ในผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกเลือดทั้งที่เคยได้รับ ESA และไม่ได้รับ ESA พบว่า ค่าเฉลี่ยความแตกต่างของการเปลี่ยนแปลงระดับ Hb เมื่อเทียบกับ baseline ไม่ได้แตกต่างจากการใช้ยา darbepoetin alfa (กลุ่ม incident : −0.31 ± 0.11 g/dL: 95% CI, −0.53 to −0.10 และ กลุ่ม prevalent: −0.17 ± 0.03 g/dL: 95% CI, −0.23 to −0.10) แต่ผลลัพธ์ของยาในกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการฟอกเลือดจากการศึกษา PRO2TECT พบว่าการได้รับยา vadadustat ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด (MACE): HR 1.17 (95% CI, 1.01 - 1.36) มากกว่าการได้รับยา darbepoetin alfa จึงทำให้ยานี้มีการอนุมัติให้ขึ้นทะเบียนการใช้เฉพาะในผู้ป่วยที่ได้รับการฟอกเลือดแล้วเท่านั้น ❤️❤️

💡💡 ขนาดของยา vadadustat เริ่มต้นที่ 300 มิลลิกรัมวันละครั้ง โดยสามารถปรับขนาดยาเพิ่มได้ครั้งละ 150 มิลลิกรัม ทุก 2-4 สัปดาห์ (ขนาดยาสูงสุดเท่ากับ 600 มิลลิกรัม) โดยยา vadadustat เป็นยาที่มีโอกาสเกิดอันตรกิริยากับยาอื่นได้ จึงควรมีการปรับขนาดยาที่ใช้ร่วมกัน เช่น simvastatin ไม่เกิน 20 มิลลิกรัมต่อวัน, rosuvastatin ไม่เกิน 10 มิลลิกรัมต่อวัน (ยุโรป) หรือ 5 มิลลิกรัมต่อวัน (FDA) หรือ ปรับลดขนาดยา furosemide ลงเพราะการให้ยาร่วมกันอาจส่งผลให้ยา furosemide มีค่า AUC เพิ่มสูงขึ้นได้ ถึงแม้ว่ายา vadadustat จะเป็นยาที่มีความสามารถดูดซึมที่สูงมากเกือบจะทั้งหมด แต่การใช้ยาร่วมกับ ยาเสริมธาตุเหล็กชนิดรับประทานและ multivalent cation ต่างๆจะทำให้ยามีค่า AUC ลดลงได้ร้อยละ 50 ถึง 90 ทำให้ต้องเว้นระยะห่างการรับประทานยา vadadustat อย่างน้อย 1 ชั่วโมง ก่อนยาเสริมธาตุเหล็ก หรือภายหลัง 2 ชั่วโมง หลังจากการได้รับยาเสริมธาตุเหล็ก

💡💡 กล่าวโดยสรุปยา vadadustat เป็นยากลุ่ม HIF-PHI ที่ออกฤทธิ์กระตุ้นการสร้าง EPO ภายในร่างกาย สามารถรับประทานเวลาใดก็ได้แต่อาจจะหลีกเลี่ยงการรับประทานร่วมกับมื้ออาหารที่มีไขมันสูง และการฟอกเลือดไม่ส่งผลต่อระดับยา และต้องห่างจากยาเสริมธาตุเหล็ก หรือ multivalent cation อื่น ๆ โดยในปัจจุบันแนวทางการรักษา CKD anemia ยังไม่ได้แนะนำให้การใช้ยาในกลุ่ม HIF-PHI มีบทบาทเหนือกว่ายาในกลุ่ม ESAs เพียงแต่อาจจะพิจารณาใช้ในผู้ป่วยที่ไม่สามารถใช้ยาในกลุ่ม ESAs ได้ แต่ก็อาจจะต้องติดตามผลข้างเคียงในการเกิดภาวะ MACE ไม่แตกต่างไปจากยา ESAs และในปัจจุบันยาในกลุ่มนี้ยังไม่มีการขึ้นทะเบียนในประเทศไทย 💡💡

ฝากกด like กด share เป็นกำลังใจให้ด้วยนะค่า 👍👍👍

เอกสารอ้างอิง
1. Yuan X, Ruan W, Bobrow B, Carmeliet P, Eltzschig HK. Targeting hypoxia-inducible factors: therapeutic opportunities and challenges. Nat Rev Drug Discov. 2024;23(3):175–200.
2. European Medicines Agency. Vafseo (vadadustat) — Summary of Product Characteristics (Annex I, EPAR Product Information). อนุมัติเมษายน 2023. https://www.ema.europa.eu/en/medicines/human/EPAR/vafseo
3. Janković SM, Janković SV. Clinical Pharmacokinetics and Pharmacodynamics of Vadadustat, an Oral Hypoxia-Inducible Factor Prolyl Hydroxylase Inhibitor. Eur J Drug Metab Pharmacokinet. 2025.
4. Eckardt KU, Agarwal R, Aswad A, Awad A, Block GA, Bacci MR, et al. Safety and Efficacy of Vadadustat for Anemia in Patients Undergoing Dialysis. N Engl J Med. 2021;384(17):1601–1612.
5. Chertow GM, Pergola PE, Farag YMK, Agarwal R, Arnold S, Bako G, et al. Vadadustat in Patients with Anemia and Non-Dialysis-Dependent CKD. N Engl J Med. 2021;384(17):1589–1600.
6. Dudar I, Rudyk I, Biggar P., Zupanets K. Integrating Vadadustat into Pharmaceutical Care for CKD-Related Anemia: Evidence-Based and Pharmacovigilance Perspectives. Kidney Dial. 2026, 6, 53.

กิจกรรม case presentation ของหลักสูตรอบรมระยะสั้นของคณะเภสัชมหิดลครั้งนี้มี special guest มาร่วมด้วย 🍀
26/08/2026

กิจกรรม case presentation ของหลักสูตรอบรมระยะสั้นของคณะเภสัชมหิดลครั้งนี้มี special guest มาร่วมด้วย 🍀

☕️ บทบาทของยา Finerenone ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ไม่มีเบาหวานขอขอบพระคุณความกรุณาในการเรียบเรียงเนื้อหาโดย ร.อ.หญิง ณัฏ...
26/08/2026

☕️ บทบาทของยา Finerenone ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ไม่มีเบาหวาน

ขอขอบพระคุณความกรุณาในการเรียบเรียงเนื้อหาโดย ร.อ.หญิง ณัฏฐณิชา เรืองพัฒนา เภสัชกรหลักสูตรอบรมระยะสั้นโรคไต ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

💊 กลไกการออกฤทธิ์ของยา Finerenone
Finerenone เป็นยากลุ่ม mineralocorticoid receptor antagonist (MRA) ชนิด nonsteroidal เมื่อ finerenone จับกับ mineralocorticoid receptor (MR) จะทำให้ตัวรับคงอยู่ในโครงสร้างที่ไม่ทำงาน ทำให้ไม่สามารถ recruit transcriptional coactivators ได้ จึงยับยั้งการส่งสัญญาณผ่าน MR ที่ถูกกระตุ้นมากกว่าปกติ โดยกลไกการออกฤทธิ์ในระดับเซลล์ ยา finerenone ลดการสร้าง reactive oxygen species (ROS) และลดการแสดงออกของสารก่อการอักเสบ และพังผืด เช่น transforming growth factor-β (TGF-β) และ monocyte chemoattractant protein-1 (MCP-1) ในเซลล์ (1)

🔬 เภสัชจลนศาสตร์และการบริหารยา Finerenone
Finerenone มีชีวประสิทธิผล (oral bioavailability) ประมาณ 44% โดยมีระยะเวลาที่ยาถึงระดับสูงสุดในพลาสมา (Tmax) ประมาณ 0.5–1.25 ชั่วโมง ยาจับกับโปรตีนในพลาสมาประมาณ 92% และมีค่าครึ่งชีวิตประมาณ 2–3 ชั่วโมง ยาถูก metabolized โดยเอนไซม์ CYP3A4 เป็นหลัก (ประมาณ 90%) และ CYP2C8 (ประมาณ 10%) ได้เป็น inactive metabolites ที่ไม่มีฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา ก่อนถูกขับออกทางปัสสาวะประมาณ 80% และทางอุจจาระประมาณ 20% (2)
การเริ่มใช้ finerenone ให้พิจารณาจากค่า eGFR และระดับ serum potassium โดยไม่แนะนำให้เริ่มยาในผู้ป่วยที่มี eGFR < 25 mL/min/1.73 m² หรือ serum potassium > 5.0 mEq/L สำหรับผู้ป่วยที่มี eGFR ≥ 60 mL/min/1.73 m² เริ่มยาที่ขนาด 20 mg วันละครั้ง ส่วนผู้ที่มี eGFR 25 ถึง < 60 mL/min/1.73 m² เริ่มที่ขนาด 10 mg วันละครั้ง โดยมีขนาดเป้าหมาย 20 mg วันละครั้ง และควรตรวจติดตาม serum potassium และ eGFR ระหว่างการใช้ยา (2)

📊 ผลการศึกษา FIND-CKD ของยา Finerenone ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังที่ไม่มีโรคร่วมเบาหวาน
ในตอนแรกยา finerenone นั้น ได้ถูกนำมาใช้ในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังร่วมกับเบาหวานชนิดที่ 2 เพราะการศึกษา FIDELIO-DKD และ FIGARO-DKD ที่พบว่ายาสามารถลด composite kidney outcome ได้อย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ placebo (17.8% เทียบกับ 21.1%; HR 0.82, 95% CI 0.73–0.93; P=0.001) (3) และลด composite cardiovascular outcome ได้อย่างมีนัยสำคัญเช่นเดียวกันเมื่อเทียบกับ placebo (12.4% เทียบกับ 14.2%; HR 0.87, 95% CI 0.76–0.98; P=0.03) (4) จึงมีการแนะนำจากแนวทางการรักษาให้ใช้ในผู้ป่วย CKD ที่มีโรคเบาหวานร่วมด้วย

🍡🍡🍦 แต่ล่าสุดจากการศึกษาชื่อ FIND-CKD 🍡 ซึ่งเป็นการศึกษา phase 3 แบบ international, double-blind, randomized, placebo-controlled โดยมีเกณฑ์คัดเข้า คือ ผู้ใหญ่ที่เป็นโรคไตเรื้อรังแต่ไม่มีโรคร่วมเบาหวานที่มี eGFR 25 ถึง

💛 ขออนุญาตประชาสัมพันธ์การรับสมัครเภสัชกรผู้สนใจเข้าเรียนในหลักสูตรอบรมระยะสั้น (short course training) สาขาโรคไต ของคณะ...
07/08/2026

💛 ขออนุญาตประชาสัมพันธ์การรับสมัครเภสัชกรผู้สนใจเข้าเรียนในหลักสูตรอบรมระยะสั้น (short course training) สาขาโรคไต ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ฝึกปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ครับ

💛 รอบการฝึกอบรมสำหรับปีงบประมาณหน้า 2570 รับสมัครถึง 3 รอบด้วยกัน ครับ
ตุลาคม 69 ถึง มกราคม 70,
กุมภาพันธ์ 70 ถึง พฤษภาคม 70
และ มิถุนายน 70 ถึง กันยายน 70
(ฝึกอบรมรอบละ 4 เดือน)

💛 สำหรับท่านที่สนใจลงสมัครเนื่องจากขณะนี้ระบบการรับสมัครของทางคณะฯ อยู่ในระหว่างปรับปรุงครับ 📍📍 จึงขอให้ท่านที่สนใจสมัครลงข้อมูลผ่าน QR code ด้านล่างนี้👇👇 ได้เลยครับ 💛 หรือถ้าหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือปัญหาการลงทะเบียนสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ครับ (รายละเอียดในรูปด้านล่างครับ)

(ปล แหล่งฝึกเดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ใกล้ที่ท่องเที่ยวมากมาย อาหารอร่อย บรรยากาศการเรียนเป็นกันเอง ได้รับความรู้ในการดูแลผู้ป่วยจริง 🙏🙏) 📍📍

ฝากทุกท่านกดไลท์ 👍 กดแชร์ประชาสัมพันธ์ให้ผู้สนใจด้วยนะครับ 🙏🙏

26/07/2026

กิจกรรม case presentation ของหลักสูตร short course training สาขาโรคไต ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดลครับ

มาเรียนที่นี้วิชาการ และประสบการณ์เข้มข้นแน่นอนครับ 🏆🏆🤭

📍📍📍 วันนี้ทางเพจมีข่าวดีมาบอกต่อครับ ⭐️⭐️💛 ขออนุญาตประชาสัมพันธ์การรับสมัครเภสัชกรผู้สนใจเข้าเรียนในหลักสูตรอบรมระยะสั้น...
25/07/2026

📍📍📍 วันนี้ทางเพจมีข่าวดีมาบอกต่อครับ ⭐️⭐️

💛 ขออนุญาตประชาสัมพันธ์การรับสมัครเภสัชกรผู้สนใจเข้าเรียนในหลักสูตรอบรมระยะสั้น (short course training) สาขาโรคไต ของคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ฝึกปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ครับ

💛 รอบการฝึกอบรมสำหรับปีงบประมาณหน้า 2570 รับสมัครถึง 3 รอบด้วยกัน ครับ
ตุลาคม 69 ถึง มกราคม 70,
กุมภาพันธ์ 70 ถึง พฤษภาคม 70
และ มิถุนายน 70 ถึง กันยายน 70
(ฝึกอบรมรอบละ 4 เดือน)

💛 สำหรับท่านที่สนใจลงสมัครเนื่องจากขณะนี้ระบบการรับสมัครของทางคณะฯ อยู่ในระหว่างปรับปรุงครับ 📍📍 จึงขอให้ท่านที่สนใจสมัครลงข้อมูลผ่าน QR code ด้านล่างนี้👇👇 ได้เลยครับ 💛 หรือถ้าหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม หรือปัญหาการลงทะเบียนสามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ครับ (รายละเอียดในรูปด้านล่างครับ)

(ปล แหล่งฝึกเดินทางสะดวก ใกล้รถไฟฟ้าสายสีเขียว และอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ใกล้ที่ท่องเที่ยวมากมาย อาหารอร่อย บรรยากาศการเรียนเป็นกันเอง ได้รับความรู้ในการดูแลผู้ป่วยจริง 🙏🙏) 📍📍

ฝากทุกท่านกดไลท์ 👍 กดแชร์ประชาสัมพันธ์ให้ผู้สนใจด้วยนะครับ 🙏🙏

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์กิจกรรมนำเสนอบทความวรรณกรรม (journal club) ของเภสัชกรในหลักสูตรอบรมระยะสั้น ของหลักสูตรโรคไต คณะเภส...
20/06/2026

ขออนุญาตประชาสัมพันธ์กิจกรรมนำเสนอบทความวรรณกรรม (journal club) ของเภสัชกรในหลักสูตรอบรมระยะสั้น ของหลักสูตรโรคไต คณะเภสัชศาสตร์ ม. มหิดล 👍👍👍

หัวข้อที่เลือกมาครั้งนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆเลยครับ 🤭🤭

สำหรับเนื้อหาสรุปของงานวิจัยเดี่ยว admin จะสรุปแล้วมาอัพเดตให้ทุกท่านทางเพจอีกครั้งหนึ่งนะครับ

แต่ถ้าท่านใดสนใจอัพเดตความรู้ ในการดูแลผู้ป่วยโรคไตสำหรับเภสัชกร ยังสามารถสมัครเข้ามาได้อยู่นะครับพร้อมเปิดรับอยู่ครับ 👍👍 (ที่นั่งมีจำนวนจำกัด)

ที่อยู่

Bangkok

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Pharmacy Kidney Club โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์