Allergy with Dr. Fang

โทร

Allergy with Dr. Fang มาเรียนรู้เกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ได้ง่ายๆด้วยตนเอง โดยแพทย์เฉพาะทางโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยากันค่า:)

คลอดธรรมชาติ vs ผ่าคลอด มีผลต่อโรคภูมิแพ้ของลูกในอนาคตไหม?สวัสดีค่ะ วันนี้หมอแฟงจากเพจ Allergy with Dr. fang จะชวนคุณแม่...
06/08/2026

คลอดธรรมชาติ vs ผ่าคลอด มีผลต่อโรคภูมิแพ้ของลูกในอนาคตไหม?

สวัสดีค่ะ วันนี้หมอแฟงจากเพจ Allergy with Dr. fang จะชวนคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ หรือกำลังวางแผนเรื่องการคลอด มาคุยกันในคำถามที่หลายครอบครัวสงสัยว่า
การคลอดธรรมชาติ กับการผ่าคลอด มีผลต่อโอกาสที่ลูกจะเป็นโรคภูมิแพ้ในอนาคตหรือไม่?

ก่อนอื่น หมออยากให้จำประโยคสำคัญไว้ก่อนเลยนะคะว่า
“วิธีคลอดควรตัดสินใจจากข้อบ่งชี้ทางสูติกรรมและความปลอดภัยของแม่กับลูกเป็นหลัก ไม่ควรตัดสินใจจากความกลัวโรคภูมิแพ้เพียงอย่างเดียว”

ทำไมวิธีคลอดจึงอาจเกี่ยวข้องกับภูมิแพ้?

- ในช่วงแรกเกิด ระบบภูมิคุ้มกันของทารกกำลังเรียนรู้และพัฒนา โดยมีจุลชีพที่อาศัยอยู่ในลำไส้ หรือที่เราเรียกว่า gut microbiome เข้ามามีบทบาทสำคัญ
- ทารกที่คลอดทางช่องคลอดจะได้สัมผัสจุลชีพจากช่องคลอด ผิวหนัง และลำไส้ของคุณแม่มากกว่า จึงมักพบจุลชีพบางกลุ่ม เช่น Bacteroides และ Bifidobacterium มากกว่าในช่วงแรกของชีวิต
- ส่วนทารกที่ผ่าคลอด การตั้งต้นของ microbiome อาจแตกต่างออกไป โดยงานวิจัยหลายชิ้นพบว่า ในช่วงแรกอาจมี Bacteroides และ Bifidobacterium น้อยกว่า และรูปแบบการสร้าง microbiome ในลำไส้อาจเปลี่ยนไป

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ไม่ได้หมายความว่า เด็กผ่าคลอดจะต้องเป็นภูมิแพ้ หรือเด็กคลอดธรรมชาติจะไม่เป็นภูมิแพ้นะคะ เพราะการเกิดโรคภูมิแพ้ยังขึ้นกับปัจจัยอีกมาก เช่น พันธุกรรม ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง การสัมผัสควันบุหรี่ การติดเชื้อ การใช้ยาปฏิชีวนะ อาหาร และสิ่งแวดล้อม

งานวิจัยพบความเสี่ยงเพิ่มขึ้นเท่าไร?

Systematic review ขนาดใหญ่ที่รวมงานวิจัยมากกว่า 100 การศึกษา พบว่า เมื่อเปรียบเทียบเด็กที่ผ่าคลอดกับเด็กที่คลอดทางช่องคลอด เด็กที่ผ่าคลอดมีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นดังนี้

1. โรคหอบหืด เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 20
2. โรคจมูกอักเสบจากภูมิแพ้ เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 15
3. ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 8
4. แพ้อาหาร เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 35
5. การตรวจพบภาวะไวต่อสารก่อภูมิแพ้ เพิ่มขึ้นประมาณร้อยละ 19

แต่ต้องเน้นมาก ๆ ว่า ตัวเลขเหล่านี้เป็น ความสัมพันธ์จากงาน observational study ไม่ได้พิสูจน์ว่าการผ่าคลอดเป็นสาเหตุโดยตรง

เพราะคุณแม่ที่ผ่าคลอดอาจมีปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์ การได้รับยาปฏิชีวนะ การคลอดก่อนกำหนด หรือเริ่มให้นมแม่ช้ากว่า ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจมีผลต่อ microbiome และความเสี่ยงภูมิแพ้ได้เช่นกัน

ดังนั้น เวลาบอกว่าความเสี่ยงเพิ่มขึ้น 20% ไม่ได้หมายความว่า เด็ก 100 คนจะเป็นหอบหืดเพิ่มขึ้นอีก 20 คนเสมอไป แต่เป็นการเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับความเสี่ยงเดิม ซึ่งความเสี่ยงจริงของแต่ละครอบครัวอาจแตกต่างกันมาก

แล้วถ้าแพทย์แนะนำให้ผ่าคลอด ควรกังวลไหม?

คำตอบคือ ไม่ควรรู้สึกผิดหรือกังวลจนเกินไปค่ะ
ถ้ามีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ เช่น ทารกอยู่ในภาวะเสี่ยง รกเกาะต่ำ ท่าผิดปกติ คลอดไม่ก้าวหน้า หรือมีภาวะแทรกซ้อนของคุณแม่ การผ่าคลอดอาจเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด
ความปลอดภัยของแม่และลูกในช่วงคลอดสำคัญกว่าความเสี่ยงภูมิแพ้ที่อาจเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยในระยะยาว

แนวทางของ ACOG ระบุว่า หากไม่มีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ การวางแผนคลอดทางช่องคลอดเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและเหมาะสม และไม่ควรทำ elective cesarean ก่อนอายุครรภ์ 39 สัปดาห์โดยไม่มีข้อบ่งชี้ แต่ไม่ได้แนะนำให้เปลี่ยนวิธีคลอดเพื่อป้องกันภูมิแพ้โดยเฉพาะ

Vaginal seeding คืออะไร?

บางครอบครัวอาจเคยได้ยินคำว่า vaginal seeding
วิธีนี้คือ การนำผ้าก๊อซหรือสำลีไปสัมผัสสารคัดหลั่งในช่องคลอดของคุณแม่ แล้วนำมาเช็ดบริเวณปาก จมูก หรือผิวหนังของทารกหลังผ่าคลอด โดยหวังว่าจะช่วยถ่ายทอดจุลชีพของแม่ให้ลูก

งานวิจัยแบบสุ่มขนาดเล็กพบว่า vaginal seeding สามารถเปลี่ยน microbiome ของทารกได้บางส่วน แต่ยังไม่มีหลักฐานชัดเจนว่าสามารถลดโรคภูมิแพ้ หอบหืด หรือผื่นภูมิแพ้ในระยะยาวได้ นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงถ่ายทอดเชื้อ เช่น เชื้อ Group B Streptococcus เริม หนองใน หรือเชื้ออื่น ๆ ไปสู่ทารก

ปัจจุบัน ACOG จึงยังไม่แนะนำ vaginal seeding นอกโครงการวิจัย และไม่ควรทำเองที่บ้านค่ะ

ถ้าจำเป็นต้องผ่าคลอด มีอะไรช่วย microbiome และลดความเสี่ยงภูมิแพ้ได้บ้าง?

สิ่งที่คุณแม่สามารถทำได้ และมีประโยชน์ต่อสุขภาพลูกโดยรวม ได้แก่

1. ให้เริ่มสัมผัสผิวต่อผิวและให้นมแม่เร็วหลังคลอด เพราะการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ โดยเฉพาะในช่วงแรก อาจช่วยให้ microbiome ของเด็กผ่าคลอดค่อย ๆ ฟื้นตัวและใกล้เคียงกับเด็กคลอดธรรมชาติมากขึ้น

2. หลีกเลี่ยงการใช้ยาปฏิชีวนะโดยไม่จำเป็น ทั้งในคุณแม่และเด็ก แต่ถ้ามีข้อบ่งชี้ติดเชื้อ ก็ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์ ไม่ควรปฏิเสธยาเพราะกังวลเรื่อง microbiome

3. ดูแลผิวเด็กตั้งแต่แรก โดยเฉพาะเด็กที่มีผิวแห้งหรือผื่นภูมิแพ้ เพื่อรักษา skin barrier

4. เริ่มอาหารตามวัยเมื่อเด็กพร้อม โดยทั่วไปประมาณ 6 เดือน และไม่ควรชะลออาหารก่อภูมิแพ้โดยไม่มีเหตุผลทางการแพทย์

5. หลีกเลี่ยงควันบุหรี่

สรุป
คลอดธรรมชาติอาจช่วยให้ลูกได้รับจุลชีพจากแม่และมี microbiome ที่ต่างจากเด็กผ่าคลอดในช่วงแรก
งานวิจัยพบว่า การผ่าคลอดสัมพันธ์กับความเสี่ยงของหอบหืด จมูกอักเสบจากภูมิแพ้ ผื่นภูมิแพ้ และแพ้อาหารที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยถึงปานกลาง แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเป็นสาเหตุโดยตรง ถ้าคลอดธรรมชาติได้อย่างปลอดภัย ก็เป็นทางเลือกที่เหมาะสม แต่ถ้ามีข้อบ่งชี้ให้ผ่าคลอด คุณแม่ไม่ควรรู้สึกผิด เพราะความปลอดภัยของแม่และลูกสำคัญที่สุด และยังมีอีกหลายปัจจัยหลังคลอดที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพและพัฒนาการของระบบภูมิคุ้มกันลูกได้

“เลือกวิธีคลอดตามข้อบ่งชี้ทางสูติกรรม ไม่ใช่เพื่อป้องกันภูมิแพ้เพียงอย่างเดียวค่ะ”

สรุปและเรียบเรียงโดย พญ.พัชรพร บุณยัษเฐียร
ติดตามข้อมูลเรื่องภูมิแพ้ในเด็กเพิ่มเติมได้ที่
Facebook Allergy with Dr. fang และ
TikTok .fang.allergy

07/06/2025

การทดสอบสะกิดผิวหนังต่อสารก่อภูมิแพ้ (skin prick test to aeroallergen)

มีขั้นตอนอย่างไรบ้าง มาดูกันคะ 🥰

@ศูนย์การแพทย์ธรรมศาสตร์
@รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
ศูนย์ภูมิแพ้ โรคหืด และโรคระบบหายใจ รพ.ธรรมศาสตร์

#ภูมิแพ้ #ไรฝุ่น
#หมอแฟงแพ้อะไรนะะ

30/05/2025

หากคุณมีอาการเหล่านี้ คุณอาจจะกำลังมีอาการ จมูกอักเสบภูมิแพ้

30/05/2025

การเตรียมตัวก่อนมาสะกิดผิวหนัง
หลักๆ 4 อย่างที่คุณหมออยากให้ทุกคนทราบก่อนมา พบคุณหมอจะได้ไม่ต้องมาโรงพยาบาลฟรี
1. สามารถสะกิดได้ในเด็กที่อายุหนึ่งถึงสองปีขึ้นไป
2. ไม่แนะนำให้สะกิดในผู้ป่วยที่มีโรคลมพิษเรื้อรัง
3. งดยาแก้แพ้อย่างน้อย 7 วันก่อนมาโรงพยาบาล
4. งดทายาสเตียรอยด์ในบริเวณที่ต้องสะกิดผิวหนังได้แก่บริเวณท้องแขนและหลัง

อย่าลืม ปรึกษาคุณหมอว่าจำเป็นต้องสะกิดหรือไม่และศึกษาประโยชน์ของการสะกิดผิวหนัง

คุณหมอสรุปไว้ให้เป็นรูปภาพสามารถศึกษาได้ในเพจของคุณหมอได้นะคะ

#หมอแฟงแพ้อะไรนะะ #ภูมิแพ้ #สะกิดผิวหนัง

15/05/2025

ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง ( atopic dermatitis )
รู้เร็ว รู้ทัน รับมือได้ กับหมอแฟง ep.1

วินิจฉัยอย่างไร ต้องตรวจเพิ่มเติมอะไรบ้าง
เมื่อไหร่ถึงนึกถึงการแพ้อาหาร
มาฟังกันค่า 🥰

อยากปรึกษามาพบคุณหมอได้ที่ศูนย์โรคภูมิแพ้ หรือศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์นะคะ

ศูนย์การแพทย์ธรรมศาสตร์ - THAMC
โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
ศูนย์ภูมิแพ้ โรคหืด และโรคระบบหายใจ รพ.ธรรมศาสตร์
#ภูมิแพ้ #ผื่นภูมิแพ้ #ภูมิแพ้ผิวหนัง

03/04/2025
03/04/2025

ความอันตรายของฝุ่น pm2.5 เพราะมันมีขนาดเล็กมาก จึงส่งผลหลายๆอย่างกับร่างกายเรา

03/04/2025

ทำไมต้องเรียก pm2.5 มาจากแหล่งไหนได้บ้าง และส่งผลกระทบกับร่างกายเราอย่างไร หวังว่าในอนาคตอันใกล้นี้ พรบ.อากาศสะอาด จะได้นำมาใช้จริง และทำให้สุขภาพของทุกๆคนดีขึ้นนะคะ ดูแลตัวเองกันด้วยค่า

03/04/2025

อย่าลืมดูแลตัวเองกันด้วยนะคะ ภัยร้ายอยู่ใกล้ตัวเรากว่าที่เราคิด ส่วนใครภูมิแพ้กำเริบสามารถมาปรึกษาคุณหมอที โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ หรือ ศูนย์การแพทย์ธรรมศาสตร์ - THAMC ได้นะคะ 🥰

ที่อยู่

Pathum Thani
12120

เบอร์โทรศัพท์

+6629269139

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Allergy with Dr. Fang โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์