Media Planner - Pr.Agency

โทร เส้นทาง เว็บไซต์ ติดต่อ ธุรกิจของเรา

Media Planner - Pr.Agency ดำเนินธุรกิจวางกลยุทธ์การสื่อสาร?

บริษัท มีเดีย แพลนเนอร์ คอนซัลแทนท์ จำกัด

ก่อตั้งเมื่อเดือนสิงหาคม 2553โดยกลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่
ซึ่งมีประสบการณ์ด้านการ สื่อสารมวลชนด้านการประชาสัมพันธ์ รวมถึงงานด้านอีเวนท์
จากประสบการณ์งานด้านสื่อสารมวลชน ตลอดจนการวางแผนด้านกลยุทธ์ด้านการประชาสัมพันธ์
ทำให้บริษัทฯ ได้รับความน่าเชื่อถือและไว้วางใจ จากลูกค้าองค์กรทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน
โดยมอบหมายให้ดูแลงานด้าน สร้างภาพลักษณ์องค์กร และการประชาสัมพันธ์ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

ดำเนินธุรกิจวางกลยุทธ์การสื่อสารและประชาสัมพันธ์ แบบครบวงจร
ไม่ว่าจะเป็น การวางกลยุทธ์ด้านการสื่อสารการตลาด หรือแม้แต่การเป็นที่ปรึกษาทางกลยุทธ์ในการประชาสัมพันธ์ เพื่อนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ เพื่อให้บริโภค หรือนักลงทุน ตระหนักถึงความน่าเชื่อถือ คุณภาพของสินค้า และภาพลักษณ์ขององค์กร อย่างมากที่สุด

ที่ปรึกษาประชาสัมพันธ์
กำหนดกลยุทธ์และแผนงานการสื่อสาร เพื่อก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์การ สินค้า และโครงการต่างๆ

สื่อมวลชนสัมพันธ์
สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับสื่อมวลชน เสริมทักษะในการสัมภาษณ์

กิจกรรมสนับสนุนภาพลักษณ์
เสนอรูปแบบ องค์ประกอบ และการดำเนินการ กิจกรรมในส่วนของ Event นิทรรศการ Road Show

ผลิตสื่อเพื่อการประชาสัมพันธ์
ออกแบบสื่อเพื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ อาทิ Video Present สิ่งพิมพ์ สปอตวิทยุ

Media Planner Consultants Co.,Ltd.
72/84 หมู่บ้านประภาทรัพย์2 ซอยคู้บอน 48 แขวงบางชัน เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร 10510

28/08/2026
GCAP GOLD ชวนมัมหมี “ออมทองฮีลใจ” ยิ่งออมนานยิ่งมีสิทธิ์ลุ้น! เริ่มแค่ 500 บาท  GCAP GOLD ขอฮีลใจเหล่ามัมหมีให้ฟูยิ่งกว่...
27/08/2026

GCAP GOLD ชวนมัมหมี “ออมทองฮีลใจ” ยิ่งออมนานยิ่งมีสิทธิ์ลุ้น! เริ่มแค่ 500 บาท

GCAP GOLD ขอฮีลใจเหล่ามัมหมีให้ฟูยิ่งกว่าเดิม หลังคอลเลกชัน GCAP GOLD x Butterbear สร้างความน่ารักจนใจละลาย ล่าสุดชวนมัมหมีและคนรุ่นใหม่เปลี่ยนการ “ออมทอง” ให้กลายเป็นเรื่องสนุก กับแคมเปญ “ออมทองฮีลใจ” ผ่านแอป ME GOLD by GCAP GOLD เริ่มต้นออมง่ายๆ เพียง 500 บาทต่อเดือน ได้ทั้งสะสมทองเข้าพอร์ต และมีสิทธิ์ลุ้นรับทองคำน้องเนยสุดคิ้วท์ไปสะสมเพิ่มอีกต่อ

งานนี้บอกเลยว่า ยิ่งออมต่อเนื่อง ยิ่งมีลุ้น! เพียงออมครบ 3 เดือน ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับ ทองคำแท่ง 96.50% คอลเลกชัน GCAP GOLD x Butterbear ลาย Rainbow Love น้ำหนัก 0.1 กรัม จำนวน 20 รางวัล งานนี้มัมหมีสายสะสมเห็นแล้วน่าจะอยากพาน้องกลับบ้าน เพราะนอกจากจะได้เริ่มสร้างวินัยการออมแล้ว ยังมีโอกาสได้ทองน้องเนยมาเติมความคิ้วท์ให้คอลเลกชันอีกด้วย

ส่วนมัมหมีสายออมตัวจริง ที่ออมต่อเนื่องครบ 6 เดือน บอกเลยว่ายิ่งออมยิ่งมีลุ้นรางวัล Exclusive คอลเลกชัน GCAP GOLD x Butterbear อีก 6 รางวัล ได้แก่ จี้ทองคำ 99.99% น้ำหนัก 1.1 กรัม จำนวน 3 รางวัล และ ทองคำแท่ง 96.50% ลาย Mountain Adventure น้ำหนัก 0.2 กรัม จำนวน 3 รางวัล งานนี้เรียกว่าออมครั้งเดียวได้ทั้งความสุขจากการเห็นทองค่อย ๆ เติบโตในพอร์ต พร้อมเติมความฟินด้วยการลุ้นของสะสมน้องเนยไปพร้อมกัน

แคมเปญนี้ยังเป็นการต่อยอดความฮอตของ GCAP GOLD x Butterbear ให้การออมทองเข้าถึงไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ จากเดิมที่ “ทองคำ” ถูกมองเป็นเรื่องของการลงทุน แต่วันนี้กลายเป็นของสะสม ชิ้นพิเศษที่มีทั้งมูลค่าและคุณค่าทางใจ โปรโมชัน “ออมทองฮีลใจ” เปิดให้ออมผ่านแอป ME GOLD by GCAP GOLD ตั้งแต่วันนี้ – 29 มกราคม 2570 มีเวลาให้มัมหมีค่อย ๆ ทยอยออมกันแบบสบาย ๆ เริ่มเพียงเดือนละ 500 บาท ก็เริ่มสะสมทองให้ตัวเองแล้ว

FVC จัดทัพ 4 ธุรกิจขับเคลื่อนรายได้สร้าง Recurring Income – ขยายไตเทียม – เดินหน้านิคมฯ ลำพูน ตอกย้ำธุรกิจหลักพลิกกำไรกร...
27/08/2026

FVC จัดทัพ 4 ธุรกิจขับเคลื่อนรายได้
สร้าง Recurring Income – ขยายไตเทียม – เดินหน้านิคมฯ ลำพูน ตอกย้ำธุรกิจหลักพลิกกำไร

กรุงเทพฯ – บมจ.ฟิลเตอร์ วิชั่น (FVC) เดินหน้าครึ่งปีหลัง รุก 4 กลุ่มธุรกิจ ปั้น Recurring Income ขยายฐานลูกค้า – เร่งส่งมอบงานในมือ พร้อมเดินหน้าพัฒนานิคมฯ ลำพูน เปิดงบไตรมาส 2/2569 พลิกมีกำไรธุรกิจต่อเนื่อง 4.41 ล้านบาท กวาดรายได้จากการขายและบริการ 111.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.27% พร้อมหนุนครึ่งปีแรกโกยรายได้ 468.36 ล้านบาท โตแรง 122.21%

นายวิจิตร เตชะเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟิลเตอร์ วิชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ FVC เปิดเผยว่า ทิศทางธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตผ่าน 4 กลุ่มธุรกิจหลัก สู่การสร้างRecurring Income ควบคู่การบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน เพื่อสร้างฐานรายได้ และกำไรที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น

สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2/2569 สะท้อนสัญญาณฟื้นตัวของธุรกิจหลักอย่างชัดเจน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 111.42 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.15 % (YoY) และมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่อง 4.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,675% (YoY) ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 34.10% สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนและความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรกปี 2569 ปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้น มีรายได้จากการขายและบริการ 468.36 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 122.21% (YoY) ซึ่งเป็นแรงหนุนจากการเติบโตของธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย ธุรกิจบริการ ทางการแพทย์ โดยเฉพาะบริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม รวมถึงการรับรู้รายได้จากธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและบริการสาธารณูปโภค

สำหรับ กลุ่มธุรกิจอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการด้านระบบน้ำ (B1) บริษัทฯ วางกลยุทธ์ “Agility & Stability” รับการแข่งขันด้านราคาและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยมุ่งรักษาฐานลูกค้าเดิม เพิ่มยอดขายต่อรายผ่านนวัตกรรมใหม่ และขยายฐานลูกค้า OEM และโรงงานอุตสาหกรรมในภูมิภาค พร้อมต่อยอดลูกค้าที่หมดระยะรับประกันเข้าสู่สัญญา PM และ Service เพื่อเพิ่ม Recurring Income และลดความผันผวนจากรายได้โครงการ

โดยปัจจุบัน B1 มีคำสั่งซื้อสินค้า Trading จากลูกค้า 16 ราย มูลค่า 3.12 ล้านบาท และงานโครงการติดตั้งระบบน้ำ ตู้ทำน้ำดื่มอัตโนมัติ งานบริการและสัญญาซ่อมบำรุงอีก 22 งาน มูลค่ารวม 5.23 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลัง

ด้าน กลุ่มธุรกิจพาณิชย์และที่พักอาศัย (B2) ยังคงเดินหน้าขยายฐานลูกค้าไปยัง Segment ใหม่ พร้อมพัฒนาผลิตภัณฑ์และ Software เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพบริการหลังการขาย ภายใต้จุดแข็งการเป็น Total Solutions Provider โดยมีฐาน Recurring Income จากสัญญา Preventive Maintenance (PM) และปัจจุบันมีคำสั่งซื้องานติดตั้งระบบเครื่องทำน้ำแข็ง 2 งาน มูลค่ารวม 32.32 ล้านบาท และคาดว่าจะทยอยติดตั้งแล้วเสร็จในครึ่งปีหลังภายใน 2569

ขณะที่ กลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์ (B3) ยังมีโอกาสเติบโตจากการขยายธุรกิจไตเทียม โดย KTMS มีแผนเปิดเพิ่มประมาณ 3-5 สาขา และเพิ่มเครื่องไตเทียม 36-64 เครื่องภายในไตรมาส 3/2569 ส่วน NEP เตรียมเพิ่มเครื่องไตเทียมอีก 1-2 เครื่อง ขณะที่ IRV มีคำสั่งซื้องานติดตั้งระบบน้ำ 12 โครงการ มูลค่ารวม 9.46 ล้านบาท และ MV มีงานติดตั้งระบบท่อลมรับ-ส่งสิ่งส่งตรวจทางการแพทย์และระบบโซลาร์เซลล์ ซึ่งคาดว่าจะทยอยแล้วเสร็จในไตรมาส 3/2569

ส่วน กลุ่มธุรกิจพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและบริการสาธารณูปโภคครบวงจร (B4) ปัจจุบันเดินหน้าพัฒนาโครงการ นิคมอุตสาหกรรมเวิลด์ (ลำพูน) อย่างต่อเนื่อง โดยเฟส 1 เตรียมโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามเงื่อนไขสัญญาจะซื้อจะขาย ขณะที่เฟส 2 ยังคงเดินหน้าพัฒนาตามแผน เพื่อสร้างโอกาสรับรู้รายได้และต่อยอดการเติบโตในอนาคต

“แม้ผลประกอบการครึ่งปีแรก 2569 ได้รับผลกระทบจากรายการปรับโครงสร้างธุรกิจและการวัดมูลค่าสินทรัพย์ของกลุ่ม KTMS โดยมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานที่ยกเลิก 90.65 ล้านบาท และไตรมาส 2/2569 จำนวน 99.10 ล้านบาท โดยหลักมาจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการวัดมูลค่าสินทรัพย์ที่ถือไว้เพื่อขายของกลุ่ม KTMS จำนวน 105.93 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะธุรกิจต่อเนื่อง ไตรมาส 2/2569 สามารถพลิกกลับมาทำกำไร พร้อมรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวดีขึ้น สะท้อนศักยภาพของธุรกิจหลักและสัญญาณการฟื้นตัวอย่างชัดเจน

MGC-ASIA คว้าคะแนนเต็ม 100 AGM Checklist 2569 ระดับสูงสุด “Excellent”บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกั...
27/08/2026

MGC-ASIA คว้าคะแนนเต็ม 100 AGM Checklist 2569 ระดับสูงสุด “Excellent”

บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ได้รับการประเมินจากโครงการ“การประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น” (AGM Checklist) ประจำปี 2569 ในระดับสูงสุด “ดีเยี่ยม สมควรเป็นตัวอย่าง” (Excellent) ด้วยคะแนนเต็ม 100 คะแนน หรือ 5 เหรียญ โดย MGC-ASIA เป็น 1 ใน 355 บริษัทจดทะเบียน ที่ได้รับคะแนนระดับสูงสุด จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (Thai Investors Association) ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) สะท้อนถึงมาตรฐานการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการให้ความสำคัญกับสิทธิของผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียม

ดร.สัณหวุฒิ ธรรมชวนวิริยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA เปิดเผยว่า ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึง ความมุ่งมั่นของ MGC-ASIA ในการยกระดับมาตรฐาน Corporate Governance ให้เป็นรากฐานสำคัญของการดำเนินธุรกิจ โดยให้ความสำคัญกับความโปร่งใส การตรวจสอบได้ การเปิดเผยข้อมูล อย่างเหมาะสม การได้รับการประเมินครั้งนี้ จึงไม่เพียงสะท้อนมาตรฐานการจัดประชุมผู้ถือหุ้นในระดับสูงสุด แต่เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงการดำเนินธุรกิจภายใต้หลัก ธรรมาภิบาลที่ดี โปร่งใส และรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้นและนักลงทุน พร้อมวางรากฐานสู่การเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

KTMS คว้า 100 คะแนนเต็ม AGM Checklist ปี 2569 ต่อเนื่อง 4 ปีซ้อนตอกย้ำธรรมาภิบาลเด่น เร่งเครื่องธุรกิจไตเทียม รับเมกะเทร...
27/08/2026

KTMS คว้า 100 คะแนนเต็ม AGM Checklist ปี 2569 ต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน
ตอกย้ำธรรมาภิบาลเด่น เร่งเครื่องธุรกิจไตเทียม รับเมกะเทรนด์สูงวัย–ปั้น Recurring Income

บริษัท เคที เมดิคอล เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ KTMS ผู้นำด้านการให้บริการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์สำหรับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม รวมทั้งการขายและการให้บริการที่เกี่ยวข้องกับการแพทย์ครบวงจร (One-stop Services) ได้รับการประเมินจากโครงการ “การประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น” (AGM Checklist) ประจำปี 2569 ในระดับ “ดีเยี่ยมสมควรเป็นตัวอย่าง” (Excellent) หรือ 5 เหรียญ ด้วยคะแนน 100 คะแนน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 จากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (Thai Investors Association) สนับสนุนโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) สะท้อนถึงมาตรฐานการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาล ความโปร่งใส และการให้ความสำคัญกับสิทธิของผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียม

นางสาวกาญจนา พงศ์พัฒนะเดชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เคที เมดิคอล เซอร์วิส เปิดเผยว่า การได้รับผลประเมิน AGM Checklist ในระดับ “ดีเยี่ยมสมควรเป็นตัวอย่าง” (Excellent) เป็นอีกหนึ่งเครื่องยืนยันถึงมาตรฐานการดำเนินงานของ KTMS ที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการเดินหน้าพัฒนามาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดี สะท้อนถึงการขับเคลื่อนธุรกิจที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ ที่ยึดมั่นความโปร่งใสมีธรรมาภิบาล มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) พร้อมให้ความสำคัญผู้ถือหุ้น นักลงทุน เพื่อเสริมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับองค์กร และส่งเสริมศักยภาพการแข่งขัน เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว สอดรับกับการเป็นหุ้น Healthcare ที่รับเมกะเทรนด์สังคมสูงวัย และพร้อมเร่งเปิดศูนย์ไตเทียม-เพิ่มเครื่องฟอกไต สู่การสร้าง Recurring Income เพื่อก้าวสู่รอบเก็บเกี่ยวรายได้ใหม่

“บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับกระบวนการจัดประชุมผู้ถือหุ้นอย่างครบถ้วน ตั้งแต่การเปิดเผย และจัดส่งข้อมูลวาระการประชุม การอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นในการลงทะเบียนและเข้าร่วมประชุม จนถึงการใช้ระบบลงคะแนนเสียงที่มีความโปร่งใส ถูกต้อง และตรวจสอบได้”

MPJ คว้า AGM Checklist 2569 ระดับ “ดีเยี่ยม”ตอกย้ำธรรมาภิบาลแกร่ง–โปร่งใส เสริมความเชื่อมั่นนักลงทุนบริษัท เอ็ม พี เจ โล...
26/08/2026

MPJ คว้า AGM Checklist 2569 ระดับ “ดีเยี่ยม”
ตอกย้ำธรรมาภิบาลแกร่ง–โปร่งใส เสริมความเชื่อมั่นนักลงทุน

บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ ผู้นำด้านบริการโลจิสติกส์ครบวงจรและการบริหารลานตู้คอนเทนเนอร์ ได้รับการประเมินจากโครงการ “การประเมินคุณภาพการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้น” (AGM Checklist) ประจำปี 2569 ในระดับ “ดีเยี่ยม” หรือ 4 เหรียญ ด้วยคะแนน 90-99 คะแนนจากสมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (Thai Investors Association) สนับสนุนโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) สะท้อนถึงมาตรฐานการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจภายใต้หลักธรรมาภิบาลความโปร่งใส และการให้ความสำคัญกับสิทธิของผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียม

นายจีระศักดิ์ มานะตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ เปิดเผยว่า การได้รับผลประเมิน AGM Checklist ในระดับ “ดีเยี่ยม” เป็นอีกหนึ่ง เครื่องยืนยันถึงมาตรฐานการดำเนินงานของ MPJ ที่มุ่งดำเนินธุรกิจควบคู่กับการเดินหน้าพัฒนามาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดี สะท้อนถึงการขับเคลื่อนธุรกิจที่คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกมิติ ที่ยึดมั่นในความโปร่งใส มีธรรมาภิบาล มุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการกำกับดูแลกิจการที่ดี (Good Corporate Governance) พร้อมให้ความสำคัญผู้ถือหุ้น นักลงทุน เพื่อเสริมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับองค์กร และส่งเสริมศักยภาพการแข่งขัน เพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

“บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับกระบวนการจัดประชุมผู้ถือหุ้นอย่างครบถ้วน ตั้งแต่การเปิดเผยและจัดส่งข้อมูลวาระการประชุม การอำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหุ้นในการลงทะเบียนและเข้าร่วมประชุม จนถึงการใช้ระบบลงคะแนนเสียงที่มีความโปร่งใส ถูกต้อง และตรวจสอบได้”

Data Center ประโยชน์ที่ต้องแลก? ว่าด้วย การลงทุน และเศรษฐกิจไทย | BI-Interview จูน-จรีพร จารุกรสกุล - Brand Inside)
26/08/2026

Data Center ประโยชน์ที่ต้องแลก? ว่าด้วย การลงทุน และเศรษฐกิจไทย | BI-Interview จูน-จรีพร จารุกรสกุล - Brand Inside)

BI Interview สัมภาษณ์ จูน-จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหารแล...

QTC ก้าวสู่ปีที่ 30 สานต่อพันธกิจดูแลสังคม มอบอุปกรณ์การแพทย์ให้ รพ.สต.มาบยางพร ย้ำจุดยืนธุรกิจเติบโตคู่ความยั่งยืนนายพู...
26/08/2026

QTC ก้าวสู่ปีที่ 30 สานต่อพันธกิจดูแลสังคม มอบอุปกรณ์การแพทย์
ให้ รพ.สต.มาบยางพร ย้ำจุดยืนธุรกิจเติบโตคู่ความยั่งยืน

นายพูลพิพัฒน์ ตันธนสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงบริษัท คิวทีซี เอนเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ QTC ผู้ผลิตและจำหน่ายหม้อแปลงไฟฟ้าแบบ Made to Order และโซลูชั่นพลังงานสะอาด ได้มอบเครื่องมือทางกายภาพบำบัด ได้แก่ เครื่องกระตุ้นกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้าพร้อมอัลตราซาวด์ จำนวน 1 เครื่อง และเตียงกายภาพบำบัดไฟฟ้า จำนวน 2 เตียง รวมมูลค่าทั้งสิ้น 343,946 บาท ให้แก่ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมาบยางพร

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีของการก่อตั้งบริษัทฯ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้ป่วย ลดความแออัด และลดภาระการเดินทางของประชาชนที่ต้องไปรับการรักษายังโรงพยาบาลขนาดใหญ่ พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ QTC ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อม (ESG) อย่างยั่งยืน

"การก้าวเข้าสู่ปีที่ 30 ของ QTC เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงรากฐานธุรกิจที่มั่นคง เรายังคงเดินหน้าขยายศักยภาพการดำเนินงานในกลุ่มธุรกิจพลังงานสะอาดอย่างต่อเนื่อง พร้อมยึดมั่นในหลักบรรษัทภิบาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย พร้อมทั้งขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และเป็นฟันเฟืองสำคัญในการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อไป"

DOD เดินหน้าเชิงรุก “คืนเงินมัดจำกว่า 63 ล้านบาท”ปลดล็อกความเสี่ยงจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางพร้อมเสริมสภาพคล่องและมุ...
25/08/2026

DOD เดินหน้าเชิงรุก “คืนเงินมัดจำกว่า 63 ล้านบาท”
ปลดล็อกความเสี่ยงจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลาง
พร้อมเสริมสภาพคล่องและมุ่งโฟกัสธุรกิจหลัก

กรุงเทพฯ – บมจ. ดีโอดี ไบโอเทค “DOD” ประกาศปรับแผนกลยุทธ์การลงทุนครั้งสำคัญด้วยการ “ขอรับเงินมัดจำและเงินจ่ายล่วงหน้าคืนรวมกว่า 63 ล้านบาท” เพื่อบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบภายใต้สถานการณ์ความขัดแย้งและสงครามในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและห่วงโซ่อุปทานโลก เนื่องจากแผนการลงทุนและการตัดสินใจทำธุรกรรมดังกล่าวเกิดขึ้นก่อนที่จะเกิดสถานการณ์สงครามดังกล่าว การตัดสินใจเรียกคืนเงินทุนในครั้งนี้จึงสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของฝ่ายบริหารในการปกป้องเงินต้น (Capital Protection) และรักษาสภาพคล่องทางการเงินให้มีความแข็งแกร่งสูงสุด

นางสาวสุวารินทร์ ก้อนทอง ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท ดีโอดี ไบโอเทค จำกัด (มหาชน) หรือ DOD เปิดเผยว่า “จากการที่บริษัทฯ มีแผนการลงทุนขยายสายการผลิตและจัดหาทรัพย์สิน ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาก่อนที่จะเกิดสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางทว่าท่ามกลางความไม่แน่นอนและความผันผวนของสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในปัจจุบัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุน และทิศทางเศรษฐกิจมหภาค คณะกรรมการและฝ่ายบริหารจึงได้ทบทวนแผนงานและตัดสินใจดำเนินมาตรการเชิงรุกด้วยการเจรจาขอรับเงินมัดจำและเงินจ่ายล่วงหน้าโครงการต่างๆ บางส่วนคืนสู่บริษัทฯ เพื่อเป็นการบริหารความเสี่ยงอย่างทันท่วงทีและรักษาสภาพคล่องทางการเงินของบริษัทฯ ให้มีความมั่นคงปลอดภัยสูงสุด”

การเรียกคืนเงินมัดจำและเงินจ่ายล่วงหน้าดังกล่าว ครอบคลุมถึงรายการที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในอดีต ซึ่งการที่บริษัทฯ สามารถเจรจาเรียกเงินคืนบางส่วนได้อย่างมีนัยสำคัญ และเป็นไปตามเงื่อนไขสัญญาที่รัดกุม ถือเป็นการตอกย้ำถึงความโปร่งใสและการทำธุรกรรมกับคู่ค้าที่เป็นบุคคลภายนอก (Non-Related Parties) ที่เปิดช่องให้บริษัทฯ สามารถปกป้องผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นได้อย่างเต็มที่

“สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 2/2569 ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว บริษัทฯ มีรายได้จากการขาย 122 ล้านบาท และมีกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 0.95 ล้านบาท โดยบริษัทฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ การดำเนินงาน ควบคู่กับการรักษาสภาพคล่องและความแข็งแกร่งของฐานะทางการเงิน ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการยกระดับระบบบริหารความเสี่ยงและการกำกับดูแลภายใน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ถือหุ้น นักลงทุน และผู้มีส่วนได้เสียอื่น”

ล่าสุด บริษัทฯ สามารถติดตามและได้รับชำระคืนเงินจากรายการจ่ายล่วงหน้าต่าง ๆ คืนสู่บริษัทฯ แล้วกว่า 63 ล้านบาท พร้อมยกระดับมาตรการควบคุมภายในเพื่อป้องกันความเสี่ยงในอนาคต โดยกำหนดเพดานอนุมัติเงินทดรองจ่ายไม่เกิน 1 ล้านบาทต่อครั้ง และกำหนดให้มีการติดตามรับคืนเงินให้ครบถ้วนภายใน 7 วัน รวมถึงเพิ่มความเข้มงวดในกระบวนการคัดเลือกและตรวจสอบคู่ค้า ตลอดจนรายงานความคืบหน้าของรายการจ่ายเงินล่วงหน้าต่อคณะกรรมการบริษัททุก 30 วัน

สำหรับมาตรการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับระบบกำกับดูแลและการบริหารความเสี่ยงของ DOD เพื่อให้การใช้เงินทุนของบริษัทเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้ พร้อมลดโอกาสเกิดความเสี่ยงจากรายการลักษณะเดียวกันในอนาคต

นางสาวสุวารินทร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “การตัดสินใจดึงเงินสดกลับมาในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่ช่วยปลดล็อกความเสี่ยงจากสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางที่ยืดเยื้อ แต่ยังทำให้ปัจจุบัน DOD มีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีกระแสเงินสดและสภาพคล่องพร้อมรองรับแผนธุรกิจ โดยบริษัทฯ จะนำทรัพยากรทางการเงินดังกล่าวกลับมาโฟกัสกับการขับเคลื่อนธุรกิจหลัก (Core Business) ที่มีศักยภาพสูงพร้อมเดินหน้ายกระดับมาตรการควบคุมภายในให้รัดกุมยิ่งขึ้น เพื่อสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงและสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดให้กับผู้ถือหุ้นทุกฝ่ายในระยะยาว”

MPJ ติดสปีด เข้าโหมด Growth Q2/69 กำไรนิวไฮครึ่งปีหลัง รับวอลุ่มตู้–คลื่นย้ายฐานเข้า EECรับ Supply Chain Shift–วอลุ่มตู้...
24/08/2026

MPJ ติดสปีด เข้าโหมด Growth Q2/69 กำไรนิวไฮ
ครึ่งปีหลัง รับวอลุ่มตู้–คลื่นย้ายฐานเข้า EEC
รับ Supply Chain Shift–วอลุ่มตู้พุ่ง อัดงบ 1,140 ล้านบาท ขยายอาณาจักร รับดีมานด์เพิ่ม

นายไพรัต ภูฆัง (ซ้าย) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายบัญชีและการเงิน และ นางสาวชลธิชา ประดิษฐกุล (ขวา) ผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์ข้อมูลการเงิน บริษัท เอ็ม พี เจ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ MPJ ผู้นำธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจรและการบริหารลานตู้คอนเทนเนอร์ ร่วมนำเสนอข้อมูลในงาน บริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน (Earnings Call) หลังประกาศผลงานไตรมาส 2/2569 ทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยมีกำไรสุทธิ 51.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.2% (YoY) และรายได้รวม 321.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.4% (YoY) ขณะที่งวด 6 เดือนแรกปี 2569 มีกำไรสุทธิ 74.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.1% (YoY) และรายได้จากการให้บริการ 601.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.1% (YoY)

Ø สัญญาณบวก ครึ่งปีหลังรับวอลุ่มตู้คอนเทนเนอร์เพิ่ม

บริษัทฯ ประเมินแนวโน้มธุรกิจในช่วงครึ่งปีหลัง 2569 มีโอกาส เติบโตดีกว่าครึ่งปีแรก และช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามทิศทางอุตสาหกรรมโลจิสติกส์และการค้าระหว่างประเทศที่ยังขยายตัว โดยช่วง 5 เดือนแรกของปี 2569 มูลค่าการนำเข้าของไทยเพิ่มขึ้น 27.2% (YoY) การส่งออกเพิ่มขึ้น 9.6% (YoY) และปริมาณตู้คอนเทนเนอร์เข้า-ออกผ่านท่าเรือแหลมฉบังเพิ่มขึ้น 5.6% (YoY)

ขณะเดียวกัน กลยุทธ์เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการลานตู้คอนเทนเนอร์ที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่กลางเดือนเมษายน 2569 สามารถรับรู้รายได้เต็มไตรมาสในช่วงครึ่งปีหลัง ประกอบกับปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น หนุนบริษัทฯ ยังคงเป้าหมายรายได้รวมปี 2569 ที่ 1,264 ล้านบาท เติบโต 18% (YoY)

Ø Trade War–Supply Chain Shift เปิดโอกาส MPJ

ขณะที่ความไม่แน่นอนของสงครามการค้าและ Supply Chain ทั่วโลก ที่กระตุ้นให้ผู้ประกอบการปรับเส้นทางการค้า กระจายฐานการผลิต และเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารสินค้าคงคลัง จากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ความต้องการพื้นที่จัดเก็บสินค้า การบริหารตู้คอนเทนเนอร์ และบริการโลจิสติกส์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ EEC ซึ่งถือเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ด้านโลจิสติกส์ ดังนั้นโครงการของ MPJ ซึ่งตั้งอยู่ใน Prime Location ใกล้ท่าเรือแหลมฉบัง ดังนั้นการเข้ามาตั้งฐานการผลิตของผู้ประกอบการต่างชาติจะเพิ่มความต้องการพื้นที่สำหรับจัดเก็บ ซึ่งจะส่งผลดีโดยตรงต่อธุรกิจให้บริการให้เช่าคลังสินค้า ขณะที่ธุรกิจให้บริการด้านการบริหารการจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์ ได้รับประโยชน์จากการนำเข้าและส่งออกที่เพิ่มขึ้น ทั้งการนำเข้าวัตถุดิบจากจีนและประเทศอื่นๆ รวมถึงการส่งออกสินค้าสำเร็จรูป (Finished Goods) ไปทั่วโลก และธุรกิจให้บริการจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ มีโอกาสเติบโตตามปริมาณการนำเข้าและส่งออก เนื่องจากผู้ประกอบการที่ย้ายฐานการผลิตจำเป็นต้องใช้บริการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

“ปัจจุบัน MPJDC มีพื้นที่ลานตู้คอนเทนเนอร์โซนแหลมฉบังและลาดกระบังรวมกว่า 100 ไร่ รองรับปริมาณตู้คอนเทนเนอร์เข้า-ออกได้ประมาณ 1 ล้าน TEUs ต่อปี และยังมี Capacity รองรับการเติบโตเพิ่มเติม และยังอยู่ระหว่างการขยายลานตู้คอนเทนเนอร์ในพื้นที่แหลมฉบัง อีกประมาณ 28 ไร่ คาดเปิดให้บริการได้ในไตรมาส 2/2570 ซึ่งจะเพิ่มศักยภาพรองรับปริมาณตู้คอนเทนเนอร์ และการเติบโตของฐานลูกค้าในระยะยาว”

Ø อัดงบ 1,140 ล้านบาท ปูทางการเติบโต

ทั้งนี้ MPJ วางงบลงทุนกว่า1,140 ล้านบาท เพื่อรองรับการเติบโตในช่วง 2–3 ปีข้างหน้า พร้อมยกระดับบริการโลจิสติกส์ให้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้บริการที่ครอบคลุมทุกมิติ และเดินหน้า สู่เป้าหมายรายได้ปี 2569 ที่1,264 ล้านบาท เติบโต 18% ขณะที่ธุรกิจขนส่งทางบกต่อเนื่อง กับท่าเรือ ตั้งเป้ารายได้ 525 ล้านบาท, ธุรกิจบริหารจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์ 478 ล้านบาท เติบโต 39% (YoY), ธุรกิจจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ 230 ล้านบาท เติบโต 28% (YoY) และ ธุรกิจให้เช่าคลังสินค้า ตั้งเป้ารายได้ 31 ล้านบาท

“ทิศทางการย้ายฐานการผลิตและการเปลี่ยนแปลงของ Supply Chain โลก ถือเป็นโอกาส ของธุรกิจโลจิสติกส์ไทย โดย MPJ มีความพร้อมทั้งด้านทำเล ศักยภาพของลานตู้คอนเทนเนอร์ คลังสินค้า และบริการขนส่งครบวงจร ทำให้สามารถรองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้นจากการนำเข้า-ส่งออกและการลงทุนใน EEC พร้อมต่อยอดการเติบโตอย่างต่อเนื่องในระยะยาว”

ที่อยู่

Bangkok
10510

เบอร์โทรศัพท์

029432681

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Media Planner - Pr.Agency โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ติดต่อ ธุรกิจของเรา

ส่งข้อความของคุณถึง Media Planner - Pr.Agency:

ทางลัด

แชร์