14/10/2026
อาการ "ปวดหัว ตึงท้ายทอย มึนหัว เวียนหัว" ถ้ายังไม่ได้ตรวจวินิจฉัยหรือเช็คให้ละเอียดก่อน อย่าบอกคนไข้ว่า "เลือดขึ้นไปเลี้ยงสมองไม่พอ" เด็ดขาด - และอย่าได้บอกว่านวดแล้วจะดีขึ้น ถ้ายังไม่รู้สาเหตุ - อาการแบบนี้ไม่ได้มีแค่ "ลมปะกัง" อย่างเดียว
บทความโดย พท.กมลลาสน์ ชีวสาธน์เวชกุล
แพทย์แผนไทย พท.ว เวชกรรมไทย / พท.น นวดไทย
เอาจริง ๆ ต่อให้เป็น "ลมปะกัง" ก็ต้องเช็คพยาธิสภาพของร่างกายให้ละเอียดก่อน จะดูลักษณะอาการจากตำราแล้วลงมือนวด โดยไม่ใส่ใจตรวจพยาธิสภาพจริงของคนไข้ไม่ได้ - การจ่ายยาสมุนไพรตำรับรักษา และการนวดรักษา เป็นแค่รูปแบบการรักษาที่แพทย์แผนไทยจะเลือกให้เหมาะสมกับอาการของคนไข้
*** การวินิจฉัยจะเป็นตัวกำหนดว่าควรต้องรักษายังไง ถึงจะเห็นผลทางการรักษาสูงสุด ไม่ใช่ว่าคนไข้อยากนวดก็จะนวดอย่างเดียว โดยไม่สนลักษณะอาการที่เป็นไม่ได้
*** ลมปะกัง มีบันทึกเอาไว้ทั้งทางฝั่งนวดไทยและเวชกรรมไทย ซึ่งในทางนวดไทยมีบันทึกเอาไว้ในการนวดราชสำนัก - มีทั้งการนวดอาการแบบอาเจียนและแบบไม่อาเจียน
***************************
ลักษณะอาการแสดงของ "ลมปะกัง" ยกตัวอย่างเช่น
- ปวดศีรษะ ปวดขมับ ปวดเบ้าตา ปวดกระบอกตา
- ปวดแบบตุ๊บ ๆ หรืออาจปวดแบบตื้อ ๆ
- ตาพร่า ตาลาย อาจเห็นแสงระยิบระยับ
- และอื่น ๆ อีกหลาย ๆ อาการหลายแบบ ไม่ได้มีแค่นี้
*** อาการแสดงในลักษณะนี้ ถึงแม้เป็นอาการแสดงในรูปแบบของ "วาตะ" แต่ก็เป็นแค่อาการปลายทางเท่านั้น ไม่ใชาอาการต้นทางแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำคือ หาอาการต้นทางให้เจอก่อนเท่านั้น ซึ่งในส่วนของอาการต้นทางมีอยู่ 2 รุปแบบ คือ "เอกโทษปิตตะ" และ "เอกโทษกผะ"
1) เอกโทษปิตตะ ต้องรู้พยาธิสภาพของคนไข้แต่ละคนก่อนว่าเป็น "เอกโทษปิตตะ" ในลักษณะไหน เพราะอาการไม่ได้มีแค่โรคเดียวรูปแบบเดียว และหนึ่งในอาการที่น่ากลัวที่สุดในกลุ่มนี้คือ "Temporal Arteritis"
*** ถึงแม้อาการในลักษณะนี้จะไม่มีอาการ "อาเจียน" ร่วมด้วย แต่บอกเลยว่าเป็นอาการห้ามนวดชัดเจน ยกตัวอย่างพยาธิสภาพ (แค่บางส่วน) เช่น
1.1) การกระตุ้นภูมิคุ้มกันผิดปกติ Pitta ↑ (ปิตตะผิดปกติ) - ปิตตะเกี่ยวข้องกับไฟและการอักเสบ เมื่อมากเกินจะก่อให้เกิดการอักเสบของเนื้อเยื่อ
1.2) หลอดเลือดอักเสบ / บวม Kapha ↑ (เสมหะเกิน) เสมหะควบคุมของเหลวและโครงสร้าง เมื่อเสียสมดุลจะทำให้เกิดบวมหรือการอุดตันของระบบ
*** และอื่น ๆ อีกหลายพยาธิสภาพไม่ได้มีแค่นี้
***************************
2) ต้องรู้พยาธิสภาพของคนไข้แต่ละคนก่อนว่าเป็น "เอกโทษกผะ" ในลักษณะไหน เพราะอาการไม่ได้มีแค่โรคเดียวรูปแบบเดียว และหนึ่งในอาการที่น่ากลัวที่สุดในกลุ่มนี้คือ "Basilar-type Migraine (BTM)"
*** ยกตัวอย่างพยาธิสภาพ (แค่บางส่วน) เช่น
2.1) อาการ: หงุดหงิด ซึมเศร้า อ่อนล้า อยากอาหารเฉพาะอย่าง ท้องอืด ท้องผูก นอนไม่หลับ
2.2) พยาธิสภาพทางวิทยาศาสตร์: เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงของ hypothalamus และ ระบบ autonomic nervous system มีการเปลี่ยนแปลงใน dopamine, serotonin และ orexin
2.3) Dosha ที่เกี่ยวข้อง: Vata + Kapha
- Vata: ควบคุมการเคลื่อนไหวของสารเคมีภายในระบบประสาท การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์
- Kapha: เกี่ยวข้องกับการสะสมหรือคงตัวของพลังงานในร่างกาย ความเฉื่อย อยากอาหาร ซึมเศร้า
**************************
หากดูจากลักษณะอาการจะเห็นว่า การนวดแทบไม่ได้ช่วยรักษาจากต้นเหตุของอาการเลย หากต้องการรักษาจากต้นเหตุของอาการ ต้องรักษาด้วยยาสมุนไพรตำรับเฉพาะโรคก่อนเท่านั้น
*** จะอ้างว่าคนไข้ไม่ต้องการกินยา อยากนวดอย่างเดียวไม่ได้เด็ดขาด
ข้อมูลที่เหลือ เดี๋ยวจะเอาไปอธิบายในห้อง พท. ในช่วงเวลา Live สด ท่านใดติดงานตามชมย้อนหลังได้เลย เดี๋ยวจะทำเอกสารเอกใน Database ของห้อง พท. ด้วย
ท่านใดต้องการสมัครห้อง พท. ติดต่อทางไลน์ได้เลย Line ID :