26/07/2026
ปวดท้องตรงนี้ อย่าคิดว่าเป็นแค่โรคกระเพาะ! ตำแหน่งไหนเสี่ยงโรคอะไร?
ปวดท้องหนึ่งครั้ง
หลายคนตอบเหมือนกันเลยครับ
“โรคกระเพาะแน่ ๆ”
แล้วก็หยิบยาลดกรดมากิน
ทั้งที่ตำแหน่งที่ปวดอยู่คนละฝั่งกับกระเพาะเลย
ความจริงคือ ในท้องเรามีอวัยวะอยู่หลายอย่างครับ
ทั้งตับ ถุงน้ำดี ตับอ่อน ลำไส้ ไต และกระเพาะปัสสาวะ
ตำแหน่งที่ปวดจึงช่วยให้เราแยกคร่าว ๆ ได้ว่า ควรนึกถึงอวัยวะส่วนไหนก่อน วันนี้ผมจะไล่ให้ดูแบบง่าย ๆ ครับ เวลาเกิดขึ้นกับตัวเองจะได้สังเกตอาการถูก ไม่ได้ใช้ฟันธงโรคเอง แต่ช่วยให้รู้ว่าเมื่อไรควรหยุดรอดูแล้วไปตรวจครับ ตำแหน่ง ลักษณะ และช่วงเวลาที่ปวด เป็นข้อมูลสำคัญที่หมอใช้ช่วยหาสาเหตุของอาการปวดท้องครับ
1️⃣ ปวดลิ้นปี่หรือกลางท้องด้านบน
ตรงนี้นึกถึงกระเพาะได้ครับ โดยเฉพาะอาการแสบ จุก แน่น เรอเปรี้ยว หรือปวดสัมพันธ์กับตอนหิวและหลังอาหาร
แต่ให้สังเกตอีกแบบครับ
ถ้าปวดลึกมาก ปวดต่อเนื่อง แล้วร้าวทะลุไปด้านหลัง พร้อมคลื่นไส้หรืออาเจียน อันนี้ต้องระวังตับอ่อนอักเสบ ไม่ใช่กินยาลดกรดแล้วทนต่อครับ อาการหลักของตับอ่อนอักเสบคือปวดท้องส่วนบนและอาจร้าวไปหลังได้
2️⃣ ปวดใต้ชายโครงขวา โดยเฉพาะหลังอาหาร
ตำแหน่งนี้ให้คิดถึงถุงน้ำดีก่อนครับ
ลักษณะที่ชวนสงสัยคือ ปวดหลังมื้ออาหาร ปวดจุกลึก ๆ นานเป็นชั่วโมง คลื่นไส้ หรือร้าวไปหลังกับไหล่ขวา
ถ้าเริ่มมีไข้ หนาวสั่น หรือตัวเหลืองตาเหลืองร่วมด้วย อย่าคิดว่าอาหารไม่ย่อยครับ เพราะนิ่วอาจอุดทางเดินน้ำดี หรือทำให้ถุงน้ำดีอักเสบแล้ว อาการจากนิ่วมักเกิดบริเวณท้องส่วนบนด้านขวาเมื่อก้อนนิ่วไปอุดทางเดินน้ำดีครับ
3️⃣ ปวดรอบสะดือ แล้วค่อยย้ายไปท้องน้อยขวา
อาการแบบนี้ผมอยากให้จำไว้เลยครับ เพราะเป็นรูปแบบที่พบได้ในไส้ติ่งอักเสบ
ช่วงแรกอาจปวดตื้อ ๆ รอบสะดือ
ต่อมาปวดชัดที่ท้องน้อยขวา
แล้วเริ่มเบื่ออาหาร คลื่นไส้ หรือมีไข้
บางคนรอเพราะคิดว่าท้องเสีย เดี๋ยวก็คงหาย สุดท้ายไส้ติ่งแตก เรื่องเล็กเลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ครับ ไส้ติ่งอักเสบมักเริ่มปวดรอบสะดือหรือกลางท้อง ก่อนย้ายไปปวดด้านขวาล่างได้
4️⃣ ปวดท้องน้อยซ้ายร่วมกับการขับถ่ายเปลี่ยน
ตรงนี้มักเกี่ยวกับลำไส้ใหญ่ครับ
ถ้าปวดบิด ท้องอืด ท้องผูก และดีขึ้นหลังถ่าย อาจมาจากอุจจาระค้างหรือลำไส้แปรปรวน
แต่ถ้าปวดต่อเนื่อง มีไข้ หรือกดเจ็บชัด โดยเฉพาะคนอายุมากขึ้น ต้องระวังถุงโป่งในลำไส้อักเสบด้วย
และถ้ามีเลือดปน น้ำหนักลด หรือขับถ่ายผิดไปจากเดิมต่อเนื่อง อย่าเรียกว่าลำไส้แปรปรวนเองครับ ต้องตรวจลำไส้ให้ชัด เพราะอาการปวดไม่มากก็ยังเกิดจากโรคสำคัญได้
5️⃣ ปวดสีข้างหรือหลัง แล้วร้าวลงท้องน้อยหรือขาหนีบ
นิ่วในไตหรือท่อไตมักปวดคนละแบบกับโรคกระเพาะครับ
มันจะปวดบีบแรงเป็นระลอก
นั่งก็ไม่สบาย นอนก็ไม่หาย
บางคนเดินวนเพราะหาท่าที่หายปวดไม่ได้
อาจมีปัสสาวะแสบ ปัสสาวะเป็นเลือด คลื่นไส้ หรืออาเจียนร่วมด้วยครับ ถ้ามีไข้ หนาวสั่น หรือปัสสาวะน้อย ต้องรีบไปโรงพยาบาล เพราะอาจมีทั้งการอุดตันและติดเชื้อพร้อมกัน อาการนิ่วสามารถปวดแหลมบริเวณหลัง สีข้าง หรือท้องน้อย และร้าวลงขาหนีบได้ครับ
6️⃣ ปวดกลางท้องน้อยเหนือหัวหน่าว
ถ้าปวดหน่วงตรงกลางท้องน้อย พร้อมปัสสาวะแสบ ปัสสาวะบ่อย หรือปวดเหมือนฉี่ไม่สุด ให้คิดถึงกระเพาะปัสสาวะหรือทางเดินปัสสาวะครับ
ถ้าเริ่มมีไข้ หนาวสั่น และปวดลามไปหลัง อาจหมายถึงการติดเชื้อลามขึ้นไปที่ไตแล้ว
ส่วนผู้หญิง ถ้าปวดท้องน้อยร่วมกับประจำเดือนขาด เลือดออกผิดปกติ หน้ามืด หรือปวดรุนแรงข้างเดียว ต้องรีบตรวจเรื่องการตั้งครรภ์นอกมดลูกหรือรังไข่ด้วยครับ ไม่ควรรอให้หายเอง
7️⃣ ปวดทั่วท้อง ท้องป่อง แล้วไม่ผายลมหรือไม่ถ่าย
อาการแบบนี้ต้องระวังลำไส้อุดตันครับ โดยเฉพาะถ้ามีอาเจียนร่วมด้วย หรือเคยผ่าตัดช่องท้องมาก่อน
มันไม่ใช่ท้องผูกธรรมดาแบบกินผักแล้วจบครับ เพราะถ้าลำไส้อุดตันจริง อาหาร น้ำ และแก๊สจะผ่านไปไม่ได้ ท้องจึงป่องและปวดบีบเป็นพัก ๆ
ยิ่งอาเจียนมาก ปวดถี่ขึ้น หรือท้องแข็ง ต้องรีบไปโรงพยาบาลครับ
เวลาปวดท้อง ผมอยากให้สังเกต 5 อย่างนี้
• ปวดตรงไหน และย้ายตำแหน่งหรือไม่
• ปวดแสบ ปวดบีบ ปวดแทง หรือปวดตื้อ
• เกิดก่อนหรือหลังอาหาร หรือสัมพันธ์กับการขับถ่าย
• มีไข้ อาเจียน ถ่ายผิดปกติ หรือปัสสาวะผิดปกติไหม
• ปวดมากขึ้นเรื่อย ๆ หรือเป็นซ้ำตรงจุดเดิมบ่อยแค่ไหน
ปวดท้องแบบนี้ไม่ต้องรอดูครับ
• ปวดรุนแรงหรือปวดเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
• ท้องแข็ง กดเจ็บมาก หรือขยับแล้วเจ็บหนัก
• มีไข้สูง หนาวสั่น หรืออ่อนเพลียมาก
• อาเจียนต่อเนื่อง กินน้ำไม่ได้
• อาเจียนเป็นเลือด ถ่ายดำ หรือถ่ายเป็นเลือด
• ตัวเหลือง ตาเหลือง หรือปัสสาวะเข้ม
• ท้องป่อง ไม่ถ่าย ไม่ผายลม
• หน้ามืด เป็นลม เหงื่อแตก หรือหายใจไม่อิ่ม
• ตั้งครรภ์หรือประจำเดือนขาดร่วมกับปวดท้องน้อยครับ
ตำแหน่งที่ปวดไม่ได้ใช้วินิจฉัยโรคได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ แต่ช่วยให้เรารู้ว่าควรสังเกตอะไรต่อ ปวดลิ้นปี่อาจเป็นกระเพาะหรือตับอ่อน ปวดชายโครงขวาให้นึกถึงถุงน้ำดี ปวดรอบสะดือแล้วย้ายลงขวาต้องระวังไส้ติ่ง ส่วนปวดสีข้างร้าวลงขาหนีบให้นึกถึงนิ่วในไต จำแค่นี้ก่อนก็ช่วยให้เราไม่เรียกทุกอย่างว่าโรคกระเพาะแล้วกินยาเดิมวนไปครับ ใครมีคำถาม หรืออยากให้ผมเขียนความรู้เรื่องอะไรคอมเมนต์กันมาได้เลยนะครับ
ข้อมูล: เพจหมอเจด