เส้นทาง

Vajira EchoNext ศูนย์รวมความรู้ Echo ที่สนุก ทันสมัย และเล่าเรื่องหัวใจให้เข้าใจง่าย

18/09/2026

🎉ขอแสดงความยินดีกับ🎉

👨‍⚕️อ.นพ.ประยุทธ รัศมีหิรัญ
แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์โรคหัวใจและหลอดเลือด
คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล

เนื่องในโอกาสได้รับรางวัลระดับนานาชาติ
🌟 TOP REVIEWER AWARD 🌟
จากวารสาร European Heart Journal – Cardiovascular Imaging
ในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาบทความวิชาการ (Reviewer) ให้แก่วารสารในช่วงปี 2025 – 2026

รางวัลดังกล่าวสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญทางวิชาการของอาจารย์แพทย์คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ตลอดจนการมีส่วนสำคัญในการพัฒนาคุณภาพงานวิจัยและองค์ความรู้ด้าน Cardiovascular Imaging ในระดับนานาชาติ ❤️🫀

---‐---------------------------------
🌍ติดตามข่าวสารใหม่ๆ ของโรงพยาบาล ความรู้ทางการแพทย์ และการเรียนการสอนของคณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล ได้ที่ Vajira Channel

#วชิรพยาบาล
#คณะแพทยศาสตร์วชิรพยาบาล
#มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช
#สถาบันแพทยศาสตร์เพื่อสุขภาวะของคนเมือง

14/09/2026

อย่ารอให้หัวใจพัง: Eosinophil อันตรายกว่าที่คุณคิด! 🫀🚨
เคสจาก Ex-fellow ที่ส่งมาเตือนสติพวกเราทุกคน: ผู้ป่วย Hypereosinophilia ที่ตรวจ Echo เห็น Blunt LV Apex แล้ว... แต่ Diastolic Function ยัง Normal และไม่มี Significant AV Valve Regurgitation!
🔍 Anatomy เปลี่ยนก่อน Physiology เสมอ
Löffler Endocarditis มี 3 ระยะ:
* Necrotic Phase: Eosinophil หลั่ง Toxins ทำลาย Endocardium (Silent killer)
* Thrombotic Phase (เคสนี้!): ลิ่มเลือดเกาะแน่นที่ Apex จนเห็น Blunt LV Apex
* Fibrotic Phase: ผนังหัวใจกลายเป็นพังผืด → Restrictive Physiology + Severe MR/TR (Irreversible)

⚠️ The Danger: Eosinophil ไม่ใช่แค่ตัวเลขบน CBC แต่มันคือ "Cardiotoxin" ลอยได้! การที่ Diastolic function ยังปกติ แปลว่าคนไข้อยู่ใน Thrombotic Phase ซึ่งเป็น โอกาสทองสุดท้าย (Window of Opportunity) ในการรักษาด้วย Steroids/Anticoagulants เพื่อยับยั้งไม่ให้ข้ามไป Fibrotic phase!

💡 Clinical Pearl จาก #แอดแมว
"Don't wait for Restrictive Filling to diagnose Löffler."

การเห็น Blunt Apex ในคนไข้ Hypereosinophilia ต้อง Action ทันที! อย่าหลอกตัวเองด้วยค่า Diastolic Function ที่ยังปกติ เพราะถ้าปล่อยไว้จนเกิด Restrictive pattern นั่นแปลว่าหัวใจพังถาวรไปแล้วครับ!
"Eosinophil eats the endocardium for breakfast. Catch it at the Blunt Apex before it digests the heart."

#แอดแมว #แมวหน้านกฮูก

14/08/2026

เคสนี้น่าสนใจมาก เพราะ ไม่ได้ดูเหมือน cardiac amyloidosis แบบ textbook เลย

ผู้ป่วยสูงอายุมาพบแพทย์ด้วย AF
Echo เมื่อ 2 ปีก่อนรายงาน LVH โดยไม่พบสาเหตุชัดเจน มีประวัติ hypertension แต่ควบคุมความดันได้ดี

ครั้งนี้เพื่อน EP ส่งมาทำ echo กับผม พบว่า
LV wall thickness เพิ่มจาก 12 → 16 mm ในเวลาเพียง 2 ปี

ECG เป็น normal voltage
ไม่มี dramatic septal thickening
ไม่มี valve thickening หรือ atrial wall thickening ชัดเจน
ถ้ามองแค่ 2D echo ภาพรวมยังดูเหมือน hypertensive heart มาก

แต่สิ่งที่ทำให้หยุดคิดคือ
4 mm progression ใน 2 ปี ไม่ธรรมดา

จึงทำ GLS เพิ่ม และพบ relative apical sparing / “cherry-on-top” pattern
นำไปสู่การตรวจเพิ่มเติม และ bone scintigraphy สนับสนุนการวินิจฉัย cardiac amyloidosis

เคสนี้เตือนผมอีกครั้งว่า cardiac amyloidosis ไม่จำเป็นต้องมาด้วยภาพที่ dramatic เสมอไป

บางครั้งสิ่งสำคัญที่สุดไม่ใช่ “ภาพวันนี้ดูเหมือนอะไร”
แต่คือ มันเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนเร็วแค่ไหน

Serial echo matters.

#แอดแมว ​

01/08/2026

⚠️​Lead + TR ไม่ได้แปลว่าเป็น lead impingement เสมอไป

ในผู้ป่วยที่มี pacemaker lead ร่วมกับ TR สาเหตุที่พบบ่อยกว่า คือ pacing-induced หรือ functional TR ส่วน true lead impingement ต้องอาศัยการพิสูจน์กลไกที่มากกว่านั้น

จะเห็นได้ว่าเคสนี้ 2D ยังให้คำตอบไม่ชัด ว่าเป็น lead impinge จริงหรือหลอก แต่เมื่อแอดแมวใช้ 3D echocardiography ร่วมกับ MPR จึงเห็นชัดว่า lead impinge posterior leaflet ส่งผลให้เกิด TR ในคนไข้รายนี้

❤️​Treat the mechanism, not the assumption.❤️

#แอดแมว ​

06/07/2026

เมื่อตัวโรคไม่สามารถอธิบายภาวะ Desaturation ได้: สืบจากเคส Ebstein Anomaly 🫀🔍

ผู้ป่วยรายนี้ถูกส่งมาตรวจ Echocardiography ด้วยภาวะ Desaturation ที่ยังหาสาเหตุไม่ได้ และการตรวจครั้งนี้ก็กลายเป็นการสืบหาความจริงทาง Hemodynamics ทีละขั้นครับ

🔍 Step 1: The Classic Anatomical Clues

เริ่มต้นด้วยการค้นหาลักษณะทางโครงสร้างที่เข้าได้กับ Ebstein Anomaly

1. Ebstein Displacement Index
วัดระยะการเลื่อนต่ำของ Septal tricuspid leaflet เมื่อเทียบกับ Anterior mitral leaflet ใน Apical 4-Chamber view (≥8 mm/m² ในผู้ใหญ่ สนับสนุนการวินิจฉัย)

2. The Leaflets
พบ Septal leaflet tethering ติดกับผนังกั้นหัวใจ ขณะที่ Anterior leaflet มีลักษณะ elongated และเคลื่อนไหวคล้ายใบเรือ (Sail-like anterior leaflet)

3. Severe Tricuspid Regurgitation
ความผิดปกติของลิ้นไตรคัสปิดส่งผลให้เกิด Severe TR ตามที่คาดไว้

🚨 Step 2: The Missing Link

แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังอธิบายไม่ได้…

ผู้ป่วยมี ภาวะ Desaturation อย่างชัดเจน

❓ The Critical Question

Severe TR เพียงอย่างเดียว ไม่ทำให้เกิด systemic desaturation เพราะเลือดยังคงไหลเวียนอยู่ในหัวใจฝั่งขวา หากผู้ป่วยมีออกซิเจนต่ำ จะต้องมี Right-to-Left shunt ที่เปิดทางให้เลือดดำข้ามเข้าสู่ระบบไหลเวียนฝั่งซ้าย

ดังนั้น…ยังมีพยาธิสภาพบางอย่างซ่อนอยู่

🫧 Step 3: The Climax

เมื่อค้นหาต่อ จึงพบคำตอบ

ผู้ป่วยมี Atrial Communication (PFO/ASD) ซึ่งพบร่วมกับ Ebstein anomaly ได้ประมาณ 50%

และเมื่อทำ Agitated Saline (Bubble Study) ภาพทุกอย่างก็ชัดเจนทันที

ฟองอากาศพุ่งจาก Right Atrium ไปยัง Left Atrium อย่างชัดเจน แสดงถึง Right-to-Left shunt จากความดันใน Right Atrium ที่สูงขึ้น จึงทำให้เลือดดำเข้าสู่ระบบไหลเวียนฝั่งซ้ายและเป็นสาเหตุของ Desaturation ในผู้ป่วยรายนี้

💡 Clinical Pearl จาก #แอดแมว

การทำ Echocardiography ไม่ใช่เพียงการตั้งชื่อโรค แต่คือการอธิบาย Hemodynamics ของผู้ป่วยให้ครบทุกอาการ

หากอาการทางคลินิก “เดินหน้าเกินกว่าพยาธิสภาพที่เห็น” อย่าหยุดที่การวินิจฉัยแรก

จงถามตัวเองเสมอว่า

“What is the missing link?”

และค้นหาต่อไปจนกว่า ทุกอาการของผู้ป่วยจะอธิบายได้ด้วย Hemodynamics ที่สมเหตุสมผล 🫀🔍
#แอดแมวส้ม

29/06/2026

When the saturation does not fit the anatomy… look again. 🫀

เคสนี้เริ่มจากคำถามง่าย ๆ แต่สำคัญมากครับ

ผู้ป่วยมี large ASD with bidirectional flow ร่วมกับ severe valvular pulmonary stenosis
CW Doppler across pulmonary valve ได้ Vmax 4.1 m/s

ถ้ามองแค่นี้ physiology ควรทำให้เราคิดถึง right-to-left shunt และ cyanosis ได้ง่าย
แต่ผู้ป่วยรายนี้กลับมี SaO₂ 98%

คำถามคือ…
อะไรเป็นตัวอธิบายว่า ทำไมผู้ป่วยยัง acyanotic?

แล้ว voilà — anatomy เฉลยคำตอบ

จาก RV inflow-outflow view และ Radiant Flow display เห็นว่า

RUPV และ RLPV ไม่ได้ drain เข้า LA ตามปกติ
แต่ drain เข้า RA/right-sided venous pathway ร่วมกับ IVC

ในขณะที่ LUPV และ LLPV ยัง drain เข้า LA ตามปกติ

Diagnosis: Partial anomalous pulmonary venous return (PAPVR)

ดังนั้น physiology ของเคสนี้จึงไม่ใช่แค่
ASD + severe PS

แต่มี additional oxygenated pulmonary venous return draining to the right atrium ซึ่งช่วยอธิบายว่าทำไมผู้ป่วยยังคงมี saturation สูง และยังเป็น acyanotic physiology despite severe PS and bidirectional ASD flow.

Teaching point:

When the physiology does not match the expected saturation, do not stop at the first lesion.
Look for the hidden anatomy that completes the story.

Radiant Flow ในเคสนี้ไม่ได้เปลี่ยน diagnosis
แต่มันทำให้ pulmonary venous pathway “มองเห็นเป็น anatomy” ได้ชัดขึ้นมาก

บางครั้ง color Doppler ไม่ได้เป็นแค่สี
แต่มันคือแผนที่ของ physiology ครับ

#แอดแมว

26/06/2026

เมื่อ “ถุงลม” ในหัวใจแตก: Ruptured Right SOV 🫀🚨

[Clinical Presentation]

ผู้ป่วยมาด้วยอาการเหนื่อย และหนึ่งในเบาะแสสำคัญทางคลินิกคือ การคลำได้ Thrill บริเวณหน้าอก เมื่อตรวจ Echocardiography พบรอยโรคเป็น Ruptured Right Sinus of Valsalva (SOV) ทะลุเข้าสู่ห้องหัวใจฝั่งขวา

🔍 3 Signatures ที่ต้องสแกนให้เจอ

1. The Windsock Appearance (2D)

เห็น Sinus of Valsalva โป่งพองและยืดออกคล้าย “windsock” ยื่นเข้าไปในห้องหัวใจฝั่งขวา โดยมักเห็นจุด rupture อยู่บริเวณปลายของถุงลมดังกล่าว

2. The High-Velocity Continuous Jet (Color Doppler)

Color Doppler แสดง turbulent high-velocity shunt ไหลจาก Aortic root ทะลุเข้าสู่ห้องหัวใจฝั่งขวาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนความแตกต่างของความดันที่คงอยู่ตลอด cardiac cycle

3. The Continuous Shunt Profile (CW Doppler)

CW Doppler ผ่านตำแหน่งรั่วจะแสดง high-velocity flow ต่อเนื่องทั้งในช่วง systole และ diastole ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญที่ช่วยแยก Ruptured SOV ออกจาก VSD

* VSD: Doppler signal มักพบเด่นเฉพาะในช่วง systole เนื่องจาก pressure gradient ระหว่าง LV และ RV เกิดขึ้นหลัก ๆ ในช่วงบีบตัว
* Ruptured SOV: Doppler signal พบต่อเนื่องทั้ง systole และ diastole เพราะยังมี pressure gradient ระหว่าง Aorta และห้องหัวใจฝั่งขวาตลอดทั้ง cardiac cycle

💡 Clinical Pearl จาก #แอดแมว

“Continuous jet? Think Ruptured SOV.
Systolic jet only? Think VSD.”

เมื่อพบ Ruptured SOV แล้ว สิ่งสำคัญไม่แพ้การหาจุดรั่ว คือ การไล่หาความผิดปกติที่อาจเกิดร่วมกัน โดยเฉพาะ VSD

Ruptured SOV มักพบร่วมกับ Subpulmonic หรือ Perimembranous VSD ได้บ่อย ดังนั้นการตรวจ Echo ที่ดีจึงไม่ได้จบแค่การวินิจฉัยรอยโรคหลัก แต่ต้อง systematically exclude associated defects ให้ครบถ้วนก่อนส่งต่อทีมรักษาหรือทีมวางแผนปิดรอยรั่ว

สำหรับเคสนี้ ได้ทำการสแกนประเมินอย่างละเอียดและไม่พบ VSD ร่วมด้วย จึงเป็น Isolated Ruptured Right SOV

“Finding the rupture is only half the job. Excluding associated defects is the other half.”

#แอดแมว 🐈‍⬛🫀

ที่อยู่

Vajira Hospital
Bangkok
10300

เว็บไซต์

แจ้งเตือน

เป็นคนแรกที่รู้ข่าว: เราจะส่งอีเมลแจ้งเมื่อ Vajira EchoNext โพสต์ข่าวสารและโปรโมชั่น อีเมลของคุณจะไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น และคุณสามารถยกเลิกการรับข่าวสารได้ทุกเมื่อ

ทางลัด

แชร์